เทคโนโลยี Crowdsourcing (คราวด์ซอสซิ่ง) คืออะไร

คือ การทำงานที่เกิดจากการรวมตัวของคนจำนวนมากข้อมูลจากชื่อผู้ใช้เฟซบุค สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้อธิบายไว้ว่า

คราวด์ซอร์สซิ่ง แปลว่า “ปัญญารวมหมู่”, หรือ “การถ่ายโอนงานให้มวลชน”
สำนวนแปลนี้ มาจาก หนังสือ ของ Jeff Howe ชื่อ Crowdsourcing: Why the Power of the Crowd Is Driving the Future of Business
โดยสำนักพิมพ์มติชน สำนวนแปล ของ สีนวล ฤกษ์สิรินุกุล
เจฟฟ์ โฮว์ เขียนอธิบายปรากฎการณ์ การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อและสังคมว่า หลังจากเกิดอินเทอร์เน็ตขึ้น โลกข้อมูลข่าวสารก้เปลี่ยนแปลงไปในหลายด้าน และเกิดการสร้างงาน สร้างข้อมูล สร้างธุรกิจในรูปแบบที่ผู้คนทั่วโลกเขามามีส่วนร่วมซึ่งกันและกัน
เจฟฟ์กล่าวว่า ระบบสังคมในอินเทอร์เน็ตนั้น เป็นการเชื่อมโยงผู้คนมากมายหลายสาขาความแตกต่าง มาร่วมระดมสมองเพื่อแก้ไข หรือพัฒนาความคิด นวัตกรรม หรือความเห้นสาธารณะ กระทั่งองค์ความรู้ที่กระจัดกระจายขึ้นมาใหม่ และนั่นคือโฉมหน้าสังคมยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงโลก ทั้งคนทำสื่อและคนเสพสื่อ ไปอย่างไม่หวนคืนกลับมา
มีปรากฏการณ์ที่เป็นผลต่อเนื่องมาจาก “ปัญญารวมหมู่” หรือ คราวด์ซอร์สซิ่ง 7 มิติที่สำคัญดังนี้

1. User-Generated Content : / ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผลิตสร้างสรรค์สารด้วยตนเองผ่านช่องทางสื่อใหม่เพื่อแบ่งปันกับผู้อื่น วันนี้โลกอินเทอร์เน็ต คือโลกที่ใครๆ ก็สามารถเป็นผู้ผลิตเนื้อหาข้อมูลข่าวสาระและองค์ความรู้ได้ เขาสามารถนำมันไปแบ่งบันกกับผู้อื่น มันสร้างระบบพลวัตรแห่งการเรียนรู้ตลอดเวลา

2. The Fifth Estate: / ประขาชนเป็นผู้ควบคุมอำนาจความคิดเห็นสาธารณะผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตและสื่อสังคม จากแต่เดิม ที่มีสื่อมวลชนเป้นฐานันดรที่ 4 ทว่า วันนี้ ประชาชน พลเมืองเน็ต คือ ฐานันดรที่ 5 เขาคือ “คนเป่านกหวีด แหล่งข่าววงใน คนให้ข้อมูลสำคัญ ผู้นำการประท้วงธรรมดาบนท้องถนน นักสืบออนไลน์ หรือ นักข่าวพลเมือง” ผู้คนเหล่านี้ คือ ฐานันดรที่ 5 ที่เป็นคนกำหนดกระแสและความคิดเห็นสาธารณะใหม่

3. Prosumer: / ผู้บริโภคมีบทบาทในการผลิตสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองมากขึ้น
PROSUMER = PRODUCER + CONSUMER
มันหมายถึงการที่ผู้บริโภคลุกขึ้นมาผลิตสื่อหรือสินค้าใช้เอง

4. Meritocracy: / “ธรรมาธิปไตย” คือ สังคมที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีความเท่าเทียมเสมอภาคกันและวัดกันด้วยคุณภาพและความสามารถ ดังนั้นจึงไม่มีความสำคัญเลยว่า คุณจะเป็นใคร ชื่อเสียง ฐานะ รายได้ อาชีพอะไร ขอแค่คุณเป้นคนที่มีความสามารถ รอบรู้ และพรสวรรค์เล็กๆ น้อยๆ บางอย่างในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คุณก็กลายเป็นคนที่มีค่าขึ้นมาทันที

5. Open source: /ผู้พัฒนาโปรแกรมซอฟแวร์สามารถพัฒนาต่อเติมดัดแปลงโปรแกรมปฏิบัติการร่วมกันได้ในระบบเปิด

6. Collaborative: / ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีแรงจูงใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ พึงใจที่ได้ฝึกปรือความสามารถเป็นที่ยอมรับ

7. Site sharing: / ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีแรงจูงใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ พึงใจที่ได้ฝึกปรือความสามารถเป็นที่ยอมรับ
เป็นหนังสือที่แนะนำอย่างมากสำหรับนักเรียนนิเทศศาสตร์ คนสื่อสารมวลชน และผู้ประกอบธุรกิจในโลกที่ข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญมากพอๆ กับความรู้และกระแสการมีส่วนร่วมของพลเมืองเน็ตเล็กๆ ทุกๆ คน

อ่านต่อ ที่ คราวด์ซอร์สซิ่ง-ล้านคลิก พลิกโลก (Crowdsourcing)
การปฏิวัติของผู้บริโภคบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจและรูปแบบ
การสื่อสารหลังยุคคลื่นลูกที่สามไปอย่างสิ้นเชิง
Jeff Howe เขียน / สีนวล ฤกษ์สิรินุกุล แปล ขนาด 14.3×21.4 ซม. / จำนวน 344 หน้า
Crowdsourcing, Why the power of the Crowd is Driving the Future of Business., Jeff Howe., 2008

Credit จาก FB: Time Chuastapanasiri
“ธาม เชื้อสถาปนศิริ” นักวิชาการ สวส.

ข้อมูนจาก mindphp.comได้ให้ข้อมูลไว้ว่า

 Crowdsourcing เป็นแนวโน้มของเทคโนโลยีและผู้ให้บริการ Web ServiceHosting และ Application ต่างๆ กำลังให้ความสำคัญ เพราะกลุ่มเมฆนี้มีมูลค่าสูงและทรงพลัง Crowdsourcing ถอดออกมาเป็นคำว่า Crowd และ Outsourcing เป็นการกระจายปัญหาหรือวัตถุประสงค์บางอย่างเพื่อให้กลุ่มคนหรือชุมชนออนไลน์ มาร่วมกันแก้ปัญหาหรือทำอะไรก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น Wikipedia สาราณุกรม ออนไลน์ ที่มีประชากร อาสมัครไซเบอร์เข้ามาร่วมช่วยกันสร้างสรรค์และแก้เนื้อหาได้ และ Waze แอพพลิเคชั่น นำทางที่สามารถรายงานการจราจรแบบ Realtime กับผู้ที่ใช้แอพพลิเคชั่นนี้ได้

จุดเด่นของ Crowdsourcing

  • Wow Experience — เป็นประสบการณ์ที่สร้างความประหลาดในให้กับผู้บริโภคเพียงเพาะว่าไม่มีใครสามารถคาดเดาในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการมีส่วรร่วมของผู้บริโภคได้
  • ขยายฐานชุมชนออนไลน์และสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค — สมมติเมื่อแบรนด์สินค้าเข้าไปอยู่ Content ของผู้บริโภค และผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับ Content ของแบรนด์ จึงทำให้เกิด Touch Point เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ
  • เห็นพฤติกรรมและความคิดเสนอแนะจากผู้บริโภค — การที่ผู้บริโภคได้ร่วมสร้าง Content ด้วยตัวเอง หรือเล่าในมุมมองของตัวเองผ่านแบรด์ และมุมมองที่อยากให้แบรนด์เป็น จึงทำให้พื้นที่ตรงนี้คล้ายกับการทำ Focus Group เล็กๆ จากผู้คนทั่วโลก
  • ง่ายต่อการ Viral — การร่วมสร้างสรรค์ Content จากผู้บริโภคทำให้เกิดความหลากหลายของเนื้อหาและมีคุณภาพหลากหลายเล่านี้เอง จะเป็นตัวทำหน้าที่ส่งต่อ Viral ด้วยตัวของตัวเอง

Crowdsourcing ถูกนำมาใช้ด้านไหนบ้าง

  • การระดมทุน — ในรูปแบบนี้เรียกว่า “Crowdfunding” เกิดจากผู้ที่มีไอเดียอยากทำสินค้าขายหรืออยากทำธุรกิจแต่ขาดเงินทุน จึงต้องมีการระดมทุนผ่านระบบ Crowdfunding
  • การทำงานในบริษัทห้างร้าน — เช่น การเสนอไอเดียจากพนักงานหลายๆคน รวมถึงจากลูกค้าด้วย เพื่อนำมาช่วยในการวิเคราะห์และออกแบบสินค้าหรือบริการแบบใหม่
  • การแข่งขันเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุด — บางการวิจัยก็ได้นำแนวคิดนี้เข้ามาใช้ เช่น NASA เปิดให้คนทั้งโลกสร้างระบบและหลักการคำนวณ (Algorithm) ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการตรวจหาดาวหางจากภาพถ่ายดวงดาวที่ NASA จัดหาไว้ให้ ผ่านทางระบบออนไลน์
  • ใช้ในการโหวตเลือสินค้า — เป็นการรวบรวมความเห็นจากผู้คนจำนวนมากเพื่อให้ในการตัดสินในผลิตและจำหน่ายสินค้า
  • ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูล — เช่น การทำให้ทุกคนสามารถส่งคำแปลภาษาท้องถิ่นเข้าสู่ระบบแปลภาษาได้

ข้อมูลอ้างอิง : https://www.slideshare.net/dxnat/crowdsourcing-9245218

https://medium.com/@SeeksterCo/อะไรคือ-crowdsourcing-be3899f2b607

ใส่ความเห็น