การศึกษาแบบ STEAM คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

หลายคนอาจจะเคยได้ยินการศึกษาเเบบ STEM ซึ่งคือแนวทางการศึกษาที่เน้นการเรียนใน 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) การเรียนแบบ STEM เน้นการเรียนแบบไม่ท่องจำหรือตามทฤษฎี เเต่เป็นการปฏิบัติจริงควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิด การตั้งคำถามสงสัย การแก้ปัญหา และการวิเคราะห์ ที่เน้นส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้พื้นฐานที่ได้ไปใช้ในชีวิตและการทำงานจริง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า STEM จะตอบโจทย์การเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในการทำงานเเละการใช้ชีวิตในยุคสังคมเเละเศรษฐกิจในกว่าสิบปีที่ผ่านมา เเต่ปัจจุบันในโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การศึกษาแบบ STEM ยังขาดการเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และความเป็นนวัตกรรม (Innovation) ดังนั้นจึงเกิด STEAM ที่มี “ศิลปะ (Arts)” เพิ่มขึ้นมา

STEAM คือออะไร
การศึกษาแบบ STEAM ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ของพวกเขาโดยใช้ ศิลปะ (Arts) สนับสนุนให้เกิดการแก้ปัญหาด้วยความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) พัฒนาความคิดเชิงวิจารณ์ (Critical thinking) และการแก้ไขปัญหา (Problem Solving) โดย STEAM ประกอบไปด้วย

🔬 S-Science (วิทยาศาสตร์) เด็กทุกคนเกิดมาล้วนมีความสงสัย อยากค้นหา ทดลองสิ่งใหม่ๆ ดังนั้นการเรียรรู้วิทยาศาสตร์ช่วยให้เด็กเกิดการสังเกต ตั้งคำถาม และนำไปสู่การลองผิดลองถูก

📽 T- Technology (เทคโนโลยี) เราอาจจะคิดว่าเทคโนโลยีหมายถึงคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ สมาร์ทโฟนต่างๆ แต่เทคโนโลยีในที่นี้หมายถึง ทุกสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งการสร้างเทคโนโลยีเริ่มได้ตั้งเเเต่เด็ก โดยใช้เครื่องมือง่ายๆ เช่น ไขควง กรรไกร ฯลฯ เพื่อสร้างผลงานชิ้นหนึ่งขึ้นด้วยตัวเอง เด็กจะเรียนรู้ทุกขั้นตอนในการสร้าง เเละฝึกการมีเหตุและผลเบื้องหลังผลงาน

⚙️ E- Engineering (วิศวกรรม) การฝึกออกเเบบและการสร้างอย่างเป็นระบบ คือการเสริมสร้างทักษะการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งช่วยให้เด็กเข้าใจถึงสิ่งต่างๆ ว่าเกิดขึ้นทำไมและอย่างไร

🎨 A- Arts (ศิลปะ) การมีความคิดที่สร้างสรรค์ คือหัวใจของ STEAM เเละเป็นเหตุผลที่ทำไม Arts (ศิลปะ) ถึงถูกเพิ่มเข้ามา เด็กสามารถแสดงออกถึงความคิดนอกกรอบและสร้างสรรค์เมื่อได้เขาไปมีส่วนร่วมกับศิลปะ ซึ่งเด็กสามารถเอาทักษะเหล่นนี้ไปปรับใช้ในการทำงานเเละชีวิตได้

➕ M- Mathematics (คณิตศาสตร์) คือตัวเลข การวัด ขนาด มาก-น้อย ซึ่งเด็กสามารถประยุกต์สิ่งเหล่านี้ในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์

ทำไมการศึกษาแบบ STEAM จึงสำคัญ?

  1. ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงกับโลกแห่งความเป็นจริงได้ไวเเละทำได้จริง
  2. ปลูกฝังความอยากรู้อยากเห็นของนักเรียน (Curiosity) ซึ่งได้มาจากการทดลอง การทำงานร่วมกัน ซึ่งต่อมาจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการเรียนรู้ วิธีการแก้ปัญหา และ ทักษะความคิดเชิงวิพากษ์วิจารณ์

3.กระตุ้นจินตนาการ ที่นำไปสู่การคิดค้นวิธีการคิด หรือนวัตกรรมใหม่ๆ

พ่อเเม่สามารถสนับสนุนการศึกษา STEAM กับลูกได้อย่างไร?

  1. ตั้งคำถามที่ลูกสามารถสะท้อน (Reflect) สิ่งที่เขากำลังจะทำ เช่น ลูกกำลังทำอะไรอยู่? ลูกสังเกตเห็นอะไรหรือป่าว? คิว่าทำไปเเล้วอะไรจะเกิดขึ้น?
  2. พูดกับลูกเชิงบวก พยายามไม่พูดเชิงตัดสิน เช่น ไม่พูดว่าภาพที่ลูกวาดไม่สวยเลย ต้นไม้ควรเป็นสีเขียวนะ ไม่ใช่สีม่วง เป็นต้น เพื่อสร้างความคิดสร้างสรรค์เเละเพิ่มความมั่นใจให้รู้ในการลองทำสิ่งใหม่ ๆ ในอนาคต
  3. พาลูกออกไปเล่นอย่างอิสระ (Free Play) หรือทำกิจกรรมนอกห้องเรียน เพราะเด็กจะได้มีโอกาสทดลองและเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากการลงมือทำ (Hand-on Learning) ผ่านการเล่นอย่างอิสระนั้นเอง


อ้างอิง
Facebook: Leeway การเรียนรู้ผ่านการเล่น
https://educationcloset.com/steam/what-is-steam/

https://eclkc.ohs.acf.hhs.gov/sites/default/files/pdf/steam-ipdf.pdf

ใส่ความเห็น