หากลองย้อนกลับดูต้นทางของสาคูที่เราคุ้นเคย จะพบว่าแท้จริงแล้วมันคือ ‘แป้งมันสำปะหลัง’ ที่ผ่านกระบวนการผลิตในระบบอุตสาหกรรม จนกลายเป็นแป้งเม็ดกลมจิ๋ว เมื่อต้มสุกแล้วใส ไร้กลิ่นรส และหากทิ้งให้เย็นจะจับตัวเป็นก้อนเหนียวติดมือ อันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘แป้งมัน’ ที่รู้จักกันดี

ทว่าถ้าลองถามคนรุ่นปู่ย่าว่าสาคูในยุคนั้นเป็นอย่างไร คำตอบที่ได้ก็อาจเปลี่ยนไปสิ้นเชิง ด้วยเดิมสาคูนั้นเป็นอาหารพิเศษ หากินไม่ง่าย และมีมากมายก็เฉพาะทางภาคใต้เท่านั้น เนื่องจากมันคือผลผลิตของต้นปาล์มขนาดใหญ่อายุนับสิบปี และมีชื่อเรียกตรงตัวว่า ‘ต้นปาล์มสาคู’ (Sago Palm)

ขนมหวานจากป่าอายุกว่าทศวรรษ

ความหากินยากของสาคูต้นตำรับ หรือที่พี่น้องชาวใต้เรียกกันว่า ‘สาคูต้น’ นั้น เกิดจากหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้หลายคนต้องหันไปหาสาคูแป้งมันสำปะหลังก็เพราะสาคูแท้นั้นทำจากเนื้อในของต้นปาล์มสาคู ซึ่งจะล้มต้นเพื่อขูดเอาเนื้อปาล์มได้ก็ต่อเมื่อมันมีอายุ 8-10 ปี!

ลักษณะเด่นของต้นสาคูอาจเทียบเคียงได้กับต้นมะพร้าว ทว่าสูงใหญ่กว่า และมีอายุขัยหลายสิบปี ทั้งยังเติบโตดีเฉพาะในเขตร้อนชื้นใกล้ป่าพรุหรือป่าชายเลน ปัจจุบันจึงพบต้นปาล์มสาคูเหลืออยู่เพียงไม่กี่สิบไร่ ซึ่งส่วนใหญ่กินพื้นที่อยู่ในอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ปักษ์ใต้บ้านเรานี่เอง

แถมการทำสาคูจากเนื้อต้นปาล์มยังต้องอาศัยความชำนาญในระดับมืออาชีพ เริ่มจากเสาะหาต้นปาล์มสาคูแก่จัดที่โตตามธรรมชาติ โดยสังเกตบริเวณยอดปาล์มว่าใบเริ่มทิ้งระยะห่างและอวบน้ำก็เป็นอันใช้ได้ จากนั้นจึงโค่นและผ่าลำต้นจนเผยให้เห็นเนื้อไม้สีเหลืองอ่อน ก่อนใช้เครื่องมือปลายแหลมขูดเอาเนื้อไม้ปาล์มสาคูมาแช่น้ำจนนิ่ม ขยี้และคั้นเนื้อไม้กับน้ำสะอาดเพื่อล้างความฝาดออกให้หมด แล้วตากแดดจนแห้งสนิท สุดท้ายก็จะได้ ‘แป้งสาคูต้น’ เม็ดเล็กจิ๋วพร้อมใช้ปรุงอาหาร

ที่มา https://krua.co/food-story/food-feeds/240/-lsquo-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99-rsquo-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B9%86-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87

ใส่ความเห็น