แนวคิด (Main Idea)

            กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มีความสำคัญและมีหลากหลายวิธี ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติหรือกิจกรรมที่ทำให้องค์การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรต่างๆ และการจัดกิจกรรมขององค์การด้านต่างๆ เป็นประโยชน์อย่างมากเกี่ยวกับการตัดสินใจ

              รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ได้ถูกำหนดขึ้นอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสิ่งแดล้อม ธรรมชาติ และวัฒนธรรมตามองค์การ ซึ่งทำให้องค์การสามารถพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายเป็นองค์การที่มีคุณภาพ

    สมรรถนะย่อย (Element of Competency)

                เลือกกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

    8.1 การบริหารเชิงกลยุทธ์

                   8.1.1 ความหมายของการบริหารกลยุทธ์ (Strategie)

         กลยุทธ์เป็นแผนการปฏิบัติการที่อธิบายถึง การจัดสรรทรัพยากรและกิจกรรมอื่นๆ ให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและช่วยให้องค์การบรรลุเป้าหมาย ดังนั้น การบริหารเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) จึงหมายถึง กระบวนการสร้างความมั่นใจ ว่า องค์การได้รับผลประโยชน์จากการใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมนำมาใช้ด้านการตัดสินใจและนำไปปฏิบัติซึ่งกลยุทธ์จะจะเสนอความเป็นต่อในการแข่งขันระหว่างองค์การและสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ

                   8.1.2 การกำหนดรูปแบบการบริหารกลยุทธ์

                           องค์การเป็นจำนวนมากได้มีการกำหนดรูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ขึ้น โดยพิจารณาความสอดคล้องกับลักษณะการดำเนินงาน องค์การโดยทั่วไปจะมีการกำหนดรูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ ดังนี้

        1.  การประเมินสภาพการทำงาน (Assessing) เป็นกระบวนการศึกษาถึงภาพต่างๆ รวมทั้งข้อมูลที่จำเป็นเพื่อจะนำมาเป็นตัวกำหนดถึงความต้องการขององค์การ และความเป็นไปได้เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งประกอบด้วยงานต่อไปนี้

(1)  วิเคราะห์ข้อมูลโดยการศึกษาหรือพิจารณาธรรมชาติและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ

(2)  สังเกตสิ่งต่างๆ ด้วยความรอบคอบ

(3)   วัดพฤติกรรมและเปรียบเทียบพฤติกรรมการทำงาน

รูปที่ 8.1 สภาพการทำงาน

            2.  จัดลำดับความสำคัญของงาน (Prioritizing) เป็นกระบวนการกำหนดเป้าหมาย จุดประสงค์ และกิจกรรมต่างๆ ขององค์การตามลำดับความสำคัญ ประกอบด้วยงานดังนี้

(1)  กำหนดเป้าหมาย

(2)  ระบุจุดประสงค์ในการทำงาน

(3)   กำหนดทางเลือก

(4)   จัดลำดับความสำคัญ

        3.  ออกแบบวิธีการทำงาน (Designing) เป็นกระบวนการวางแผนขั้นตอนวิธีการทำงานฝ่ายต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ประกอบด้วยงานดังนี้

(1)  จัดสายงานให้ส่วนประกอบต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์การมีความสัมพันธ์กัน

(2)  หาวิธีการทำงานเอาทฤษฎีหรือแนวคิดไปสู่การปฏิบัติ

(3)  เตรียมการต่างๆ ให้พร้อมที่จะทำงาน

(4)  จัดระบบการทำงานทั้งสายงานการผลิตและการบริการ

(5)  กำหนดแผนการทำงาน ขั้นตอนวิธีการทำงานให้ชัดเจน

    4.  จัดสรรทรัพยากร (Allocation Resources) เป็นกระบวนการกำหนดทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำงาน ประกอบด้วยงานดังนี้

(1)  กำหนดทรัพยากรที่ต้องใช้ตามความต้องการของหน่วยงาน

(2)  จัดสรรทรัพยากรที่มีคุณภาพให้หน่วยงานต่างๆ

(3)  กำหนดทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้สำหรับจุดมุ่งหมายขององค์การ

(4)   มอบหมายบุคลากรให้ทำงานตามเป้าหมายขององค์การ

        5.  ประสานงาน (Coordinating) เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับคน เวลา วัสดุอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อจะทำให้การเปลี่ยนแปลงบรรลุผลสำเร็จ การประสานงานมีดังนี้

(1)   ประสานการปฏิบัติงานฝ่ายต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์การให้ดำเนินการไปด้วยกันด้วยความราบรื่น

(2)   ปรับการทำงานในส่วนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพให้มากที่สุด

(3)   กำหนดเวลาการทำงานในแต่ละช่วง

(4)    สร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกองค์การ

6.  นำการทำงาน (Directing) เป็นกระบวนการที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติของแต่ละฝ่ายภายในองค์การ เพื่อให้เกิดสภาพที่เหมาสม บรรลุผลแห่งการเปลี่ยนแปลงให้มากที่สุดมีดังนี้

(1)   การแต่งตั้งบุคลากรแต่ละฝ่าย

(2)  กำหนดแนวทางหรือกฎเกณฑ์การทำงานให้มีความชัดเจน

(3)  กำหนดระเบียบแบบแผนเกี่ยวกับเวลา ปริมาณหรืออัตราความเร็วในการทำงาน

(4)   แนะนำการปฏิบัติและชี้แจงกระบวนการทำงาน

(5)   ตัดสินใจเกี่ยวกับทางเลือกในการปฏิบัติงาน

    8.2 การบริหารการผลิต

                   8.2.1 ความหมายของการบริหารการผลิต (Product Management)

การบริหารการผลิต หมายถึง การสร้าง การวิเคราะห์ การจัดการ การวางแผนการปฏิบัติตามแผน และการควบคุมผลิตภัณฑ์ขององค์การ เพื่อสนองความจำเป็นและความต้องการของลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจ ขณะเดียวกันก็ต้องบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ ผู้บริหารจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ การดำเนินงานตามกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ถ้าผู้บริหารขาดความสนใจการเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่องตามกระบวนการแล้วผลเสียจะเกิดขึ้น ดังนั้น การบริหารการผลิตที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการ ควบคุมการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิตเพื่อการเพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณภาพ

                   8.2.2 หลักการสำคัญของการบริหารการผลิต

                               การบริหารการผลิตมีหลักการที่สำคัญ ได้แก่

    1.  การวางแผนและการควบคุมการผลิต จะต้องเป็นสิ่งที่ไม่ซับซ้อนและมีความเป็นสากลโดยผู้บริหารจะต้องตั้งคำถามตามขั้นตอนดังนี้

(1)   ผลิตสินค้าหรือให้บริการอะไร

(2)    ปัจจุบันมีทรัพยากรอะไรบ้าง

(3)    จะต้องใช้ทรัพยากรอะไรบ้างในการผลิต

(4)    เวลาที่เหมาะสมในการผลิตสินค้าเมื่อใด

(5)    มีการสั่งซื้อหรือจัดหาวัตถุดิบ ทรัพยากรอะไรบ้าง

(6)    จะต้องใช้ทรัพยากรอะไรอีกบ้าง จะใช้เมื่อใดจะทำการผลิตจำนวนเท่าไร

คำถามต่างๆ เหล่านี้จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเคลื่อนไหวของวัตถุดิบจากผู้ส่งมอบเข้าสู่กระบวนการผลิต เพื่อผลิตสินค้า/ผลิตภัณฑ์ส่งต่อไปยังลูกค้า

    2.  เวลา เป็นทรัพยากรที่มีค่าในการผลิต การสิ้นเปลืองเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ขององค์การไม่อาจหามาทดแทนได้ เพื่อให้ใช้ทรัพยากรได้ดีขึ้นผู้บริหารสามารถทำได้โดย

(1)  ไม่ปล่อยเวลาในกระบวนการผลิตให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

(2)   ปฏิเสธเหตุผลที่จะเผื่อเวลา หรือมีสินค้าคงคลังเผื่อสำรองไว้

(3)    ลดรอบเวลาในทุกหน้าที่งานทั้งด้านงบประมาณและแผนดำเนินการ

(4)    จัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละกลุ่ม แต่ละงานเพื่อใช้เวลาให้น้อยลงกว่าเดิม

    3. องค์การใช้เพียงระบบเดียวเท่านั้นสำหรับการผลิตทุกรูปแบบ โครงสร้างของระบบการวางแผนและการควบคุมการผลิตจะเหมือนกัน ในการผลิตทุกๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นองค์การการผลิตขนาดเล็กหรือใหญ่ ตลอดจนองค์การที่มีความแตกต่างกันตามลักษณะการผลิต แต่องค์ประกอบและปัจจัยเบื้องต้นต่างๆ ของกระบวนการผลิตจะเหมือนกัน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีระบบการวางแผนและควบคุมการผลิตหลายระบบหลายรูปแบบ

    4.  ไม่มีวิธีการที่ดีที่สุดในการควบคุมการผลิต ระบบการวางแผนและการควบคุมการผลิตจะเหมือนกันในกรอบงานหรือหน้าที่พื้นฐาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำให้องค์การบรรลุวัตถุประสงค์ต่างๆ ได้ ถึงแม้ว่ากรอบงานหรือหน้าที่พื้นฐานของระบบจะมีลักษณะเหมือนกัน แต่องค์การอาจมีปัจจัยรายละเอียดที่มีความสำคัญแตกต่างกันออกไป

รูปที่ 8.2 การผลิต

    8.3  การออกแบบประสิทธิภาพ

            การออกแบบ (Design) เป็นเทคนิควิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกวิธีการหนึ่งซึ่งจะพิจารณาการทำงานร่วมกันระหว่างคนและเครื่องจักร จำเป็นอย่างยิ่งที่องค์การจะต้องศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ การทำงานของพนักงาน การทำงานของเครื่องจักร และการทำงานของพนักงานที่ต้องทำงานกับเครื่องจักร

                   คนงานและเครื่องจักรต่างต้องใช้แรงทำงานได้ แต่คนไม่สามารถใช้แรงมากๆ และนานเหมือนกับเครื่องจักรได้ วิธีการที่สำคัญก็คือ การใช้คนควบคุมการทำงานของเครื่องจักร โดยเฉพาะถ้างานนั้นเป็นงานที่ทำกันอยู่เป็นประจำก็ควรจะจัดให้มีการป้อนโปรแกรมเข้าไป เพื่อให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ งานหลายประเภทที่ต้องอาศัยกระบวนการผลิตซ้ำแบบเดิม การใช้คนทำงานเหล่านี้จึงเป็นการสิ้นเปลืองการใช้ทรัพยากรมนุษย์อย่างยิ่ง องค์การควรที่จะนำเครื่องจักรเข้ามาช่วยในการทำงาน ซึ่งจะทำงานได้อย่างรวดเร็วและเป็นมาตรฐานกว่า จึงมักเกิดคำถามโดยทั่วไปว่า “ทำไมโรงงานจึงจ้างพนักงานทำงานมากกว่าที่จะใช้เครื่องจักรทำงาน” คำตอบจากองค์การส่วนมากคือ การจ้างคนถูกกว่าการซื้อเครื่องจักรและงานที่ต้องอาศัยความคิด คนจะทำได้ดีกว่าเครื่องจักร แม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยความจำจำนวนมากก็ยังมีข้อจำกัด เพราะไม่สามารถคิดเพิ่มเติมได้ ดังนั้น งานที่ต้องอาศัยความคิดส่วนใหญ่องค์การจึงยังต้องอาศัยคน ทั้งนี้เป็นเพราะคนสามารถคิดและตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาที่พบได้อย่างมีเหตุผล แต่เครื่องจักรทำได้เพียงแค่การตอบสนองตามกฎและขั้นตอนที่ระบุไว้เท่านั้น

                   การออกแบบให้คนและเครื่องจักรทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความสำคัญมากในปัจจุบัน ผู้ออกแบบจำเป็นต้องมีข้อมูลพื้นฐานและมีการวิจัยที่จะกำหนดการทำงาน การเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานซึ่งมีความสำคัญต่อการออกแบบเครื่องจักรเช่นเดียวกัน เพื่อให้พนักงานและเครื่องจักรทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

    8.4 การปรับปรุงการผลิตด้วยวงจร PDCA

            องค์การผู้ผลิตมีวิธีการเพิ่มผลผลิตได้หลายวิธี ทั้งแบบตะวันตกและแบบญี่ปุ่น ขึ้นอยู่กับลักษณะของการผลิต ถึงแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีต่างๆ เป็นปัจจัยสำคัญต่อการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต แต่ก็ไม่สามารถทำให้เกิดคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดได้ถ้าปราศจากพนักงานที่มีคุณภาพและความรับผิดชอบ ดังนั้นเทคนิควิธีการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตที่องค์การการผลิตนิยมใช้อย่างแพร่หลายก็คือ เทคนิควิธีการที่ทำให้พนังงานได้มีส่วนร่วม เป็นเทคนิควิธีการที่ใช้ในองค์การการผลิตของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งองค์การการผลิตและบริการนำมาปรับใช้ในการเพิ่มผลผลิต ญี่ปุ่น เรียกว่า Kaizen Activity ที่รู้จักกันโดยทั่วไป ได้แก่ วงจร PDCA 5 ส. ระบบข้อเสนอแนะ และกิจกรรมกลุ่มคุณภาพ เป็นต้น

                   8.4.1 วงจร PDCA

                              วงจร PDCA มีอีกชื่อเรียกว่า วงจรเดมมิง (Deming Cycle) หรือวงจรชิวฮาร์ท (Shewhart Circle) ชิวฮาร์ทเป็นผู้คิดวงจรนี้ขึ้น โดยมีเดมมิงเป็นคนเผยแพร่ให้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย PDCA เป็นวงจรของการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องที่มีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกันดังนี้

                   P = Plan  หมายถึง การกำหนดวัตถุประสงค์ และการตั้งเป้าหมายขององค์การในการวางแผนการผลิตว่าจะผลิตอะไร และด้วยวิธีการใด เป็นต้น

                   D = Do หมายถึง การลงมือปฏิบัติตามแผนที่ได้กำหนดไว้

                   C = Check หมายถึง การตรวจสอบความก้าวหน้าผลการปฏิบัติงาน และการทบทวนข้อบกพร่องต่างๆ ว่าได้ผลตามทีกำหนดไว้หรือไม่

                   A = Action หมายถึง หาแนวทางปรับปรุง แก้ไข และจัดทำมาตรฐานในส่วนที่ปฏิบัติได้ผลดีตลอดจนการกำหนดแนวทางในการปรับปรุง

                   8.4.2 ข้อพิจารณาในการปฏิบัติงานทุกขั้นตอนของวงจร PDCA

                       1. วงจร PDCA เป็นการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ โดยเริ่มในขอบข่ายที่กำหนดก่อนที่จะนำไปปฏิบัติ ต้องมีการทบทวน แก้ไขข้อผิดพลาดจนกว่าจะได้ผลดีและเป็นที่ยอมรับขององค์การมาตรฐาน

                       2. ต้องมีการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้รู้ถึงขั้นตอนการดำเนินงาน โดยเฉพาะระหว่างผู้วางแผนกับผู้ปฏิบัติ

                       3. กำหนดเป้าหมายที่เหมาะสม องค์การจะต้องใช้ข้อมูลที่แท้จริงในการกำหนดเป้าหมายจากนั้นจึงเป็นมาตรฐานการดำเนินงาน ซึ่งจะทำให้การปรับปรุงมีประสิทธิภาพและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

                       4. การกำหนดเป้าหมายของแผนครั้งต่อไป ต้องพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมเป็นสำคัญ

                   PDCA มีลักษณะไม่ถึงกับสลับซับซ้อนมากนัก แต่ในการปฏิบัติงานจริงองค์การมักจะลงมือปฏิบัติโดยปราศจากการวางแผน และเมื่อลงมือปฏิบัติก็ไม่มีการตรวจสอบหรือประเมินผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา จึงทำให้ไม่มีการป้องกันแก้ไขหรือปรับปรุงการปฏิบัติงาน การดำเนินการ ถ้าไม่มีขั้นตอนตรวจสอบก็อาจจะต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งไป

                   การขับเคลื่อนวงจร PDCA องค์การไม่จำเป็นต้องเริ่มที่ P เสมอไปก็ได้ขึ้นอยู่กับลักษณะและการใช้งานของแต่ละขั้นตอน องค์การจะต้องวิเคราะห์ว่า ควรเริ่มที่ขั้นไหนจึงจะเหมาะสมกับสถานการณ์

    8.5 ข้อเสนอแนะการปรับปรุง

                   8.5.1 ลักษณะของข้อเสนอแนะการปรับปรุงงาน (Suggestion)

                   ข้อเสนอแนะการปรับปรุงงานเป็นเทคนิควิธีการเพิ่มผลผลิตวิธีหนึ่งที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นปรับปรุงงานที่ทำอยู่ ช่วยให้การปฏิบัติงานในส่วนต่างๆ มีการพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้น ส่งผลให้องค์การสามารถปรับปรุงงานและทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

                   ข้อเสนอแนะการปรับปรุงงานเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานในหน่วยงานได้แสดงความคิดเห็นที่จะทำงานให้ดีขึ้น และยังเป็นวิธีการหนึ่งของการจูงใจ (Motivation) ซึ่งผู้บริหารหรือหัวหน้างานจะต้องทำการโน้นน้าวจิตใจของพนักงานให้ประสานสามัคคีร่วมกันนำองค์การไปสู่เป้าหมายที่กำหนดการสร้างความรู้สึกให้พนักงานเป็นส่วนหนึ่งขององค์การ จึงมีส่วนช่วยแก้ไขและปรับปรุงการดำเนินงานขององค์การ โดยถือเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคนที่จะต้องร่วมมือกันปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น เรียกว่า “ระบบบริหารแบบล่างขึ้นสู่บน” วิธีการนี้เริ่มนำมาใช้ในประเทศไทย ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานอีกประการหนึ่งของการเพิ่มผลผลิต ซึ่งเป็นการระดมความคิดเพื่อพัฒนาคุณภาพและเพิ่มผลผลิตโดยบุคคลและกลุ่ม

                   8.5.2 จุดมุ่งหมายของระบบข้อเสนอแนะ มีดังนี้

                            1. เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในการปรับปรุงการทำงาน

                            2. เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดริเริ่ม การพัฒนาปรับปรุงให้หน่วยงานได้มีการเพิ่มผลผลิตสูงขึ้น

                            3. เพื่อให้พนังงานมีความพอใจในการทำงาน และแก้ไขปัญหาการปรับปรุงงานของตนเองที่ปฏิบัติอยู่แล้วให้ดีขึ้น เช่น

                                (1) การปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงาน กระบวนการผลิต และลดเวลาการปฏิบัติงาน

                                (2) การปรับปรุงการใช้งานของอุปการณ์ เครื่องมือ เครื่องจักรต่างๆ

                                (3) การประหยัดพัสดุ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการปรับปรุงคุณภาพ

                                (4) การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการทางธุรกิจ

                                (5) การปรับปรุงสภาพการทำงานด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

                                (6) ข้อเสนอแนะเหล่านี้อาจได้รับการกรอกในแบบฟอร์ม และส่งมายังคณะกรรมการโดยผ่านทางหัวหน้างาน ข้อเสนอแนะที่ผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะถูกนำไปปฏิบัติ

รูปที่ 8.3 การปรับปรุงเครื่องจักร

    สรุปสาระสำคัญ

                   กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมีดังนี้ การบริหารเชิงกลยุทธ์ การบริหารการผลิตการออกแบบประสิทธิภาพ การปรับปรุงการผลิตด้วยวงจร PDCA ข้อเสนอแนะการปรับปรุงงาน และการบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์การ

                   การบริหารเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) เป็นกระบวนการสร้างความมั่นใจว่า องค์การได้รับผลประโยชน์จากการใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมนำมาใช้ด้านการตัดสินใจ และนำไปปฏิบัติซึ่งกลยุทธ์จะเสนอความเป็นต่อในการแข่งขัน ระหว่างองค์การและสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ

                   การบริหารการผลิต (Product Management) เป็นการสร้าง การวิเคราะห์ การจัดการ การวางแผน การปฏิบัติตามแผน และการควบคุมการผลิตภัณฑ์ขององค์การ เพื่อสนองความเป็นและความต้องการของลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจ ขณะเดียวกันก็ต้องบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การผู้บริหารจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ การดำเนินงานตามกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ถ้าผู้บริหารขาดความสนใจการเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่องตามกระบวนการแล้วผลเสียจะเกิดขึ้น ดังนั้น การบริหารการผลิตที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการ ควบคุมการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิตเพื่อการเพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณภาพ

                   การออกแบบประสิทธิภาพ เป็นการออกแบบให้คนและเครื่องจักรทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความสำคัญมากในปัจจุบัน ผู้ออกแบบจำเป็นต้องมีข้อมูลพื้นฐานและมีการวิจัยที่จะกำหนดการทำงาน การเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานซึ่งมีความสำคัญต่อการออกแบบเครื่องจักรเช่นเดียวกันเพื่อให้พนักงานและเครื่องจักรทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

                   การปรับปรุงการผลิตด้วยวงจร PDCA  มีลักษณะไม่สลับซับซ้อน แต่ในการปฏิบัติงานจริงองค์การมักจะลงมือปฏิบัติโดยปราศจากการวางแผน และเมื่อลงมือปฏิบัติก็ไม่มีการตรวจสอบหรือประเมินผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา จึงทำให้ไม่มีการป้องกันแก้ไขหรือปรับปรุงการปฏิบัติงานการดำเนินการ ถ้าไม่มีขั้นตอนตรวจสอบก็อาจจะต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งไป การขับเคลื่อนวงจร PDCA องค์การไม่จำเป็นต้องเริ่มที่ P เสมอไปก็ได้ขึ้นอยู่กับลักษณะและการใช้งานของแต่ละขั้นตอน องค์การจะต้องวิเคราะห์ว่า ควรเริ่มที่ขั้นไหนจึงจะเหมาะสมกับสถานการณ์

                   ข้อเสนอแนะนำการปรับปรุงงาน (Suggestion) เป็นเทคนิควิธีการเพิ่มผลผลิตวิธีหนึ่งที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นปรับปรุงงานที่ทำอยู่ ช่วยให้การปฏิบัติงานในส่วนต่างๆ มีการพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้น ส่งผลให้องค์การสามารถปรับปรุงงานและทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

                   หลักการบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์การ (Total Quality Management: TQM)  เป็นแนวคิดในการทำงานที่มุ่งเน้นให้พนักงานทุกระดับภายในองค์การได้มีส่วนร่วม ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงจนถึงพนักงานระดับปฏิบัติการ โดยกำหนดเป้าหมายของการพัฒนากลุ่มคุณภาพทั้งองค์การให้มีจิตสำนึกด้านคุณภาพโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

    1.  เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

    2.   เพื่อความเจริญเติบโตและความก้าวหน้าขององค์การ ภายใต้สภาวการณ์แข่งขัน     

    3.   เพื่อพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องในทุกกิจกรรมขององค์การ

    4.   เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ขอขอบคุณ : https://sites.google.com/site/rtech603xx/unit-8

ใส่ความเห็น