แนวคิด (Main Idea)

                การฝึกอบรมเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพองค์การโดยเน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้เกิดความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้เกิดความรู้และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นกิจกรรมในการฝึกอบรมจึงเป็นหน้าที่สำคัญที่ทุกคน ทุกฝ่ายต้องเรียนรู้และมีส่วนร่วม อีกทั้งเห็นความสำคัญ ซึ่งผลที่เกิดแก่องค์การ คือ บุคลากรและองค์การมีคุณภาพ

สมรรถนะย่อย (Element of Competency)

                1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการฝึกอบรม

                2. เลือกกลยุทธ์จากการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

    6.1 ความหมายของการฝึกอบรม

            ความหมายของการฝึกอบรมมีหลายความหมาย ดังนี้

                การฝึกอบรม หมายถึง “กระบวนการต่างๆ ที่ใช้เพื่อช่วยให้ข้าราชการมีความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน ในหน้าที่ และเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างข้าราชการในการปฏิบัติงานร่วมกันในองค์การ” เมื่อมองการฝึกอบรมในฐานะที่เป็นแนวทางในการพัฒนาข้าราชการตามนโยบายของรัฐหากเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานหรือเพิ่มขีดความสามารถในการจัดรูปขององค์การ

                การฝึกอบรม หมายถึง“การถ่ายทอดความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะ ความชำนาญ ความสามารถ และทัศนคติในทางที่ถูกที่ควร เพื่อช่วยให้การปฏิบัติงานและภาระหน้าที่ต่างๆ ในปัจจุบันและอนาคตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

                การฝึกอบรม หมายถึง “กระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างมีระบบ เพื่อให้บุคคลมีความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถที่จำเป็น และมีทัศนคติที่ดีสำหรับการปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่งของหน่วยงานหรือองค์การนั้น”

                การฝึกอบรม หมายถึง “กระบวนการในอันที่จะทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกิดความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติ และความชำนาญ ในเรื่องหนึ่งเรื่องใด และเปลี่ยนพฤติกรรมไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้จะเห็นได้ว่าความหมายของการฝึกอบรมมีมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าจะพิจารณาจากแนวคิด (Approach) ใดที่เกี่ยวกับการฝึกอบรม

                กล่าวโดยสรุปความหมายของการฝึกอบรม

                การฝึกอบรม คือ กระบวนการที่ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดการเรียนรู้ในรูปแบบหนึ่ง เพื่อเพิ่มพูนหรือพัฒนาสมรรถภาพในด้านต่างๆตลอดจนการปรับปรุงพฤติกรรม อันนำมาซึ่งการแสดงออกที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

  6.2 วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม

           การฝึกอบรมนั้นหากจะพูดว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาองค์การเป็นสิ่งถูกต้อง หากได้พิจารณาในรายละเอียดสามารถแบ่งได้เป็นลักษณะใหญ่ๆ ดังนี้

                1. เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการจัดให้มีการฝึกอบรมโดยทั่วๆ ไป

                2. เพื่อเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น การเปลี่ยนแปลงวิธีปฏิบัติงานหรือกรรมวิธีในการผลิตต่างๆ หรือการฝึกอบรมเพื่อให้เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องจักร เครื่องมือ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ขององค์การ

                3. ต้องการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ให้เข้าสู่ระดับมาตรฐานหรือระดับที่พึงประสงค์เพื่อให้มีความรู้ทันกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

                4. เตรียมการรับมือกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อนำความรู้ต่างๆ มาเตรียมพร้อมพัฒนาตนเอง พัฒนาองค์การ หรืออาจจะสรุปวัตถุประสงค์ในด้านต่างๆ ดังนี้

                (1) การเพิ่มปริมาณผลผลิต

                (2) การพัฒนาคุณภาพของผลผลิต

                (3) การลดต้นทุนของงาน

                (4) ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุอันจะส่งผลต่อการลดต้นทุนที่เกี่ยวข้อง

                (5) การลดอัตราการหมุนเวียนและการขาดงานของบุคลากร

รูปที่ 6.1 การพัฒนาคุณภาพของผลผลิตผ่านโครงการอบรม

   6.3 ประโยชน์ของการฝึกอบรม

                1. บุคลากรหรือกลุ่มบุคลากรสามารถพัฒนาขีดความสามารถของตนเองเนื่องจากได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ สามารถนำความรู้ไปใช้ในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จ หรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

                2. การได้ปรึกษาหารือกันในส่วนของผู้เกี่ยวข้องในองค์การ เช่น ผู้เข้ารับการฝึกอบรม หัวหน้างาน ผู้บังคับบัญชา ผู้บริหารระดับสูงขององค์การ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ร่วมกันหาแนวทางในการแก้ปัญหาและการปรับปรุงการทำงาน

                3. ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมได้ยกระดับความรู้และทักษะให้เกิดการปรับทัศนคติ

                4. ช่วยลดระยะเวลาในการเรียนรู้งาน

                5. ช่วยลดภาระหน้าที่ของหัวหน้างาน

                6. ช่วยกระตุ้นบุคลากรให้ปฏิบัติงานเพื่อความก้าวหน้าของตน

   6.4 บทบาทที่สำคัญของผู้รับผิดชอบจัดการฝึกอบรม

                6.4.1 ข้อปฏิบัติของผู้รับผิดชอบจัดการฝึกอบรม

                                1. ต้องยอมรับความมีคุณค่าของผู้เข้าอบรมแต่ละคน และจะต้องเคารพในความรู้สึกนึกคิดและความเห็น ตลอดจนประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมด้วย

                                2. พยายามทำให้ผู้เข้ารับการอบรมตระหนักด้วยตนเองว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปรับพฤติกรรม (ทั้งด้านความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ และทัศนคติ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยการเรียนรู้หรือการแก้ปัญหา

                                3. ควรจัดสิ่งแวดล้อมทางกายภาพให้สะดวกสบาย (เช่น ที่นั่ง อุณหภูมิ แสงสว่าง การถ่ายเทอากาศ ฯลฯ) ให้เอื้อต่อการปฏิสัมพันธ์ในกลุ่มผู้เข้าร่วมอบรม

                                4. สร้างความสัมพันธ์อันดี ให้เกิดความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ และความช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สนับสนุนให้มีกิจกรรมที่ต้องมีการให้ความร่วมมือร่วมใจกันและกัน ในขณะเดียวกันควรพยายามหลีกเลี่ยงการแข่งขัน

                                5. ควรเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมอบรมมีส่วนร่วมในเรื่อง ดังต่อไปนี้

                                     (1) การกำหนดวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ตามความต้องการของผู้ร่วมอบรม โดยสอดคล้องกับความต้องการขององค์การ ของผู้ดำเนินการอบรม และของเนื้อหาวิชาด้วย

                                     (2) การกำหนดกิจกรรม รวมทั้งการเลือกวัสดุอุปกรณ์ และวิธีการอบรม

                                     (3) การกำหนดมาตรการ เกณฑ์การอบรมซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน รวมทั้งร่วมกันกำหนดเครื่องมือและวิธีการวัดผลความก้าวหน้าเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์

                                6. ช่วยผู้ร่วมอบรมให้รู้จักพัฒนาขั้นตอนและวิธีการในการประเมินตนอง หรือวิเคราะห์และประเมินผลโครงการฝึกอบรมตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้แล้ว

   6.4.2 คุณสมบัติของผู้รับผิดชอบจัดการฝึกอบรม

                ผู้สอน วิทยากร หรือผู้อำนวยความสะดวก (Facilitators) การจัดฝึกอบรม

                1. มีความรู้

                2. รู้จักปรับตัวให้เหมาะสม

                3. มีความจริงใจ

                4. มีอารมณ์ขัน

                5. มีความสนใจ

                6. การสอนที่มีความชัดเจน

                7. การให้ความช่วยเหลือผู้เข้าอบรมแต่ละคน

                8. มีความกระตือรือร้น

รูปที่ 6.2 วิทยากรและผู้เข้าอบรม

    6.5 คุณสมบัติของผู้รับผิดชอบจัดการฝึกอบรม

                6.5.1 การหาความจำเป็นในการฝึกอบรม

                         การหาความจำเป็นในการฝึกอบรม หมายถึง การค้นหาปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์การ โดยวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย จำนวน และพฤติกรรมที่เกิดขึ้น โดยวิธีการสำรวจ การสังเกต การทดสอบ หรืออื่นๆ เพื่อพิจารณาให้ถ่องแท้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะอะไร จำเป็นที่จะต้องให้เทคนิคการฝึกอบรมหรือไม่

                6.5.2 การกำหนดวัตถุประสงค์ในการฝึกอบรม

                         การกำหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมนั้นสามารถบอกผู้จัดโครงการฝึกอบรมให้รู้ถึงจุดหมายปลายทางของการฝึกอบรมนั้นๆ ว่าต้องการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านใดบ้าง เช่น ด้านการเพิ่มพูนความรู้ ด้านทักษะการทำงาน หรือด้านทัศนคติ

             6.5.3 การสร้างหลักสูตรฝึกอบรม

                          การสร้างหลักสูตรฝึกอบรมเป็นการนำปัญหาที่ค้นพบมากำหนดเป็นหลักสูตรเพื่อทำการฝึกอบรม ซึ่งหลักสูตรประกอบด้วย

                                1. วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

                                2. หมวดวิชา หัวข้อวิชา

                                3. วัตถุประสงค์ของแต่ละหัวข้อวิชา

                                4. เนื้อหา เทคนิค/วิธีการ ระยะเวลา การเรียงลำดับหัวข้อวิชา

                6.5.4 การกำหนดโครงการฝึกอบรม

                         การกำหนดโครงการฝึกอบรมเพื่อให้ทราบกรอบการปฏิบัติงาน จากนั้นเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติจากผู้บริหาร เพื่อ

                                1. ให้ผู้บริหารพิจารณาตรวจร่างโครงการก่อนที่จะนำไปฝึกอบรม

                                2. ให้ผู้บริหารอนุมัติงบประมาณสำหรับใช้ในการดำเนินงาน

               6.5.5 การบริหารโครงการฝึกอบรม

                                1. ความสำคัญของการบริหารโครงการอยู่ที่ผู้รับผิดชอบโครงการฝึกอบรม

                                2. การบริหารโครงการมี 3 ระยะ คือ

                                   (1) ก่อนการดำเนินโครงการ

                                    (2) ระหว่างดำเนินโครงการ

                                    (3) หลังการดำเนินโครงการ

                6.5.6 การประเมิน/ติดตามผลการฝึกอบรม

                          การประเมิน/ติดตามผลการฝึกอบรม มีประเด็นในการประเมิน คือ

                                1. ทัศนคติทั่วไปของผู้เข้ารับการฝึกอบรม

                                2. ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานที่ ระยะเวลา และสิ่งที่อำนวยความสะดวกต่างๆ

                                3. คุณสมบัติและวิธีการที่วิทยากรแต่ละคนใช้ในการฝึกอบรม

                                4. ข้อดีและข้อเด่น หรือข้อบกพร่องต่างๆ พร้อมข้อเสนอแนะ

    6.6 กระบวนการฝึกอบรม

                6.6.1 แบ่งโดยยึดช่วงเวลาในการทำงาน มี 2 ประเภท คือ

                                1. ฝึกอบรมก่อนทำงาน

                                2. ฝึกอบรมระหว่างทำงาน

               6.6.2 แบ่งโดยยึดลักษณะวิธีการฝึกอบรม มี 3 ประเภท คือ

                                1. ฝึกปฏิบัติงานปกติในที่ทำงาน

                                2. ฝึกอบรมนอกสถานที่ทำงาน (ฝึกอบรมแบบห้องเรียน)

                                3. ฝึกอบรมแบบผสม

                6.6.3 แบ่งตามจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม มี 2 ประเภท คือ

                                1. ฝึกอบรมเป็นรายบุคคล

                                2. ฝึกอบรมเป็นคณะ

                6.6.4 แบ่งตามลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย มี 2 ประเภท คือ

                                1. ระดับแนวนอน ความรู้ทั่วๆ ไปในแผนกเดียวกัน

                                2. ระดับแนวตั้ง ความรู้เฉพาะงาน

                6.6.5 แบ่งตามวัตถุประสงค์การฝึกอบรม มี 3 ประเภท คือ

                                1. เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น (ขัดข้อง)

                                2. เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (ป้องกัน)

                                3. เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพสูงขึ้น (พัฒนา)

                การพัฒนาบุคลากรด้วยการจัดโครงการฝึกอบรมนั้นจะส่งผล และเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับองค์การหรือหน่วยงานได้เพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถและทัศนคติที่มีต่องานของบุคลากรผู้รับผิดชอบจัดการฝึกอบรมเป็นสำคัญ หากจะให้สามารถปฏิบัติงานด้านการบริหารงานฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือไปจากจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับกระบวนการฝึกอบรมและหลักการบริหารงานฝึกอบรมแต่ละขั้นตอนแล้ว ผู้รับผิดชอบงานฝึกอบรมควรจะต้องมีความรู้พื้นฐานทางสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์แขนงต่างๆ อย่างกว้างขวาง เช่น สังคมวิทยา จิตวิทยา และศาสตร์การจัดการ ซึ่งจะช่วยเอื้ออำนวยให้สามารถกำหนดหลักสูตรและโครงการฝึกอบรมได้ง่ายขึ้น มีความรู้เกี่ยวกับหลักการบริหารบุคคลและการพัฒนาบุคคลด้วยวิธีการอื่นๆ นอกเหนือไปจากการฝึกอบรม มีความเข้าใจถึงหลักการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ เพื่อให้สามารถปฏิบัติต่อผู้เข้าอบรมได้อย่างเหมาะสม ตลอดจน เข้าใจถึงหลักการวิจัยทางสังคมศาสตร์อยู่บ้างพอที่จะทำการสำรวจ เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่จำเป็นในการบริหารงานฝึกอบรมได้ นอกจากนั้น ผู้ดำเนินการฝึกอบรมยังจำเป็นที่จะต้องมีความสามารถในการสื่อสาร ทั้งด้านการเขียนและการพูดในที่ชุมนุมชน ตลอดจนมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีเพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารกับกลุ่มผู้เข้าอบรมและประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

    6.7 ประเภทการฝึกอบรม

          การฝึกอบรมเป็นกิจกรรมที่องค์การมอบหมายให้หน่วยงานหรือกลุ่มบุคลากรรับผิดชอบดำเนินการ อาทิ เช่น

               6.7.1 การจัดฝึกอบรมเองภายในองค์การ (In House Training)

                          การจัดฝึกอบรมภายในองค์การเป็นการจัดฝึกอบรมให้บุคลากรภายในองค์การได้เข้าอบรมพร้อมๆ กัน ครั้งละจำนวนมาก (Class Room Training) โดยการดำเนินการตามขั้นตอนในการจัดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร

               6.7.2 การส่งบุคลากรไปอบรมภายนอกองค์การ

                6.7.3 การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)

                         การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการมักเป็นการยกปัญหาที่มีอยู่มาให้ศึกษาหรือทดลองปฏิบัติ และอาจใช้เป็นแนวปฏิบัติหลังการประชุมฯ

               6.7.4 ดูงาน

                         ดูงานเป็นการไปขอฟังคำบรรยายสรุปถึงลักษณะการจัดระบบงาน และวิธีการปฏิบัติงานจริงของหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจศึกษา ณ ที่ตั้งของหน่วยงานนั้น

             6.7.5 การฝึกอบรมในขณะปฏิบัติงานจริง

                         การฝึกอบรมในขณะปฏิบัติงานจริงหรือที่เรียกว่า การฝึกอบรมในที่ทำการปกติ (On the Job Training) ได้แก่

                                1. การเสนอแนะหรือการให้คำปรึกษา (Coaching/Counseling) หมายถึง การที่ผู้บังคับบัญชาควบคุมดูแลให้บุคลากรลงมือปฏิบัติงานจริง โดยให้คำปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิด การเสนอแนะนี้อาจหมายความรวมถึง การเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งไม่จำเป็นจะสอนเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น อาจรวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับบุคคล หรือการวางตัวในองค์การด้วยก็ได้

                                2. การสอนงานหรือนิเทศงาน (Job Instruction/Job Supervision) หมายถึง การที่ผู้บังคับบัญชาสอนงานให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในสังกัด โดยเน้นถึงการแบ่งงานออกเป็นขั้นตอน และการที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องสาธิตหรือแสดงวิธีการปฏิบัติงานให้เข้าใจก่อน แล้วจึงควบคุมดูแลให้ปฏิบัติงานตามอย่างถูกต้อง

    6.8  สาเหตุที่ทำให้การฝึกอบรมไม่ประสบความสำเร็จ

                1. ผู้บริหารระดับสูงหรือผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจไม่เห็นคุณค่าของการฝึกอบรมหรือมีความสนใจในลักษณะไฟไหม้ฟาง ขาดความต่อเนื่องและขาดการสนับสนุนอย่างแท้จริง เป็นลักษณะของการจัดให้เสร็จๆ ไป

                2. ผู้บริหารไม่สนับสนุนให้มีการนำความรู้ ทักษะ และการจัดการที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปใช้ในการทำงานทำให้เกิดความสูญเสียในการลงทุนค่าใช้จ่าย

                3. การกำหนดเนื้อหาในหลักสูตรหรือระยะเวลายังไม่เหมาะสม ไม่ชัดเจน ไม่ครอบคลุมเนื้อหาจะต้องมีการวางแผนหรือกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

    6.9  สาเหตุที่ทำให้การฝึกอบรมประสบความสำเร็จ

                1. การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

                2. จะต้องทำให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมมีบรรยากาศของการฝึกอบรมที่ไม่เครียด สนุกสนานเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่วิทยากรถ่ายทอดและกระตุ้นให้อยากรู้ สร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในห้องเรียนในบรรยากาศของความเป็นกันเอง

                3. วิทยากรจะต้องเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงาน มีความสามารถในการถ่ายทอด

                4. มีการประเมินความรู้ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ความสามารถทั้งของวิทยากรและผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและการบรรลุเป้าหมายของโครงการฝึกอบรมนั้นด้วย

รูปที่ 6.3 บรรยากาศกาการอบรม

    6.10 การฝึกอบรมที่ประสบผลสำเร็จ

                1. มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

                2. จะต้องทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีบรรยากาศของการอบรมที่ไม่เครียด สนุกสนานเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่วิทยากรถ่ายทอดและกระตุ้นให้อยากรู้ สร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในห้องเรียนในบรรยากาศของความเป็นกันเอง

                3. วิทยากรจะต้องเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงาน มีความสามารถในการถ่ายทอด

                4. มีการประเมินความรู้ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ความสามารถ ทั้งของวิทยากรและผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและการบรรลุเป้าหมายของโครงการฝึกอบรมนั้นด้วย

ขอขอบคุณ : https://sites.google.com/site/rtech603xx/unit-6

ใส่ความเห็น