ส่วนประกอบและวิธีเขียนรายงานการวิจัย

รายงานการวิจัยเชิงปริมาณ

รายงานการวิจัยเชิงปริมาณ ในที่นี้ หมายถึง ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ หรือรายงานการวิจัยของหน่วยงานเนื้อหารวม 5 บท ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่

1.ส่วนนำ ประกอบด้วย

  1. ปกนอก (Cover)
  2. ปกในหรือหน้าชื่อเรื่อง (Title Page) เป็นหน้าสำคัญที่สุดของรายงานการวิจัย
  3. บทคัดย่อ เป็นการเขียนที่สรุปความเกี่ยวกับงานวิจัยเรื่องนั้น
  4. Abstract เป็นบทคัดย่อที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ
  5. คำนำ (Preface) เป็นข้อความที่ผู้วิจัยบอกให้ผู้อ่านทราบถึงที่มาหรือมูลเหตุจูงใจให้ทำวิจัยเรื่องนั้น
  6. กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement) เป็นข้อความแสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานหรือบุคคลที่มีส่วนช่วยให้ผู้วิจัยทำงานวิจัยได้สำเร็จ
  7. สารบัญ (Table of Contents)
  8. สารบัญตาราง (List of Tables) คือการนำเสนอตารางที่ปรากฏในรายงานการวิจัย
  9. สารบัญภาพ (List of Figures) คือการนำเสนอแผนภูมิ แผนภาพ หรือกราฟ หรือภาพประกอบที่ปรากฏในรายงานการวิจัย

2.ส่วนเนื้อเรื่อง เป็นส่วนสำคัญที่สุดของรายงานการวิจัย เพราะเป็นส่วนนำเสนอรายละเอียดของการวิจัย มักจะแบ่งออกเป็น 5 บท ได้แก่

บทที่ 1 บทนำ ประกอบด้วย

  1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาที่ทำการวิจัย เป็นการกล่าวถึงภูมิหลังและที่มาของปัญหาที่จะทำการวิจัย
  2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย เขียนนำเสนอเป็นข้อ ๆ
  3. สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี)
  4. ขอบเขตของการวิจัย เป็นการกำหนดขอบเขตของเรื่องที่ต้องการวิจัย  มักนิยมกำหนดขอบเขตไว้ 4 ประเด็น คือ ประชากร เนื้อหาของการวิจัย ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง และระยะเวลาที่ทำการวิจัย
  5. ข้อตกลงเบื้องต้น (ถ้ามี) เป็นการทำความเข้าใจกับผู้อ่านเกี่ยวกับเงื่อนไขบางประการของการทำวิจัย
  6. ข้อจำกัดของการวิจัย (ถ้ามี) เป็นการทำความกระจ่างแก่ผู้อ่านเกี่ยวกับข้อจำกัดของการทำวิจัย
  7. นิยามศัพท์ นิยามคำศัพท์สำคัญที่เกี่ยวข้องในงานวิจัย 8.ประโยชน์ที่(คาดว่าจะ)ได้รับจากการวิจัย เขียนประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (หรือ วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง) เป็นการให้ความกระจ่างกับผู้อ่านเกี่ยวกับเรื่องที่ทำการวิจัย โดยครอบคลุมเนื้อหาต่อไปนี้

  • ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องที่วิจัย
  • ทฤษฎีที่รองรับหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องที่วิจัย
  • แนวปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องที่วิจัย (ถ้ามี)
  • ผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศ

บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย เป็นรายละเอียดที่จะบอกให้ผู้อ่านทราบว่าผู้วิจัยทำการวิจัยตามขั้นตอนการวิจัยอย่างไร หัวข้อสำคัญที่ควรมีดังนี้

  1. รูปแบบการวิจัย หรือ แบบแผนการวิจัย
  2. ขั้นตอนการวิจัย เสนอรายละเอียดของขั้นตอนการวิจัยโดยอธิบายขั้นตอนเป็นข้อ ๆ
  3. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เขียนเป็นสองย่อหน้า ย่อหน้าแรกระบุประชากรของการวิจัย ย่อหน้าที่สองระบุกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย โดยต้องระบุขนาดของกลุ่มตัวอย่าง และวิธีการที่ใช้ในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
  4. เครื่องมือการวิจัย ระบุเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยทุกอย่าง
  5. การเก็บรวบรวมข้อมูล ระบุวิธีการที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลว่าใช้วิธีการใด และอย่างไร
  6. การวิเคราะห์ข้อมูล ระบุวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 1.แบ่งการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็นตอน ๆ ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย 2.ในงานวิจัยเชิงพรรณนา ควรนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มตัวอย่างด้วย 3.ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละตอน ควรทำดังนี้

  • มีการบรรยายนำก่อนเล็กน้อย
  • มีการแนะนำตารางก่อนการนำเสนอตาราง
  • มีการบรรยายเพื่อตีความหมายของข้อมูลในตาราง

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ มีหัวข้อ 4 หัวข้อและมีแนวทางการเขียนดังนี้

  1. สรุปการวิจัย เป็นการสรุปกิจกรรมการวิจัยทั้งหมด
  2. สรุปผลการวิจัย นำเสนอผลการวิจัยที่ได้จากบทที่ 4 เป็นข้อ ๆ
  3. อภิปรายผล เป็นหัวข้อที่สำคัญที่สุดของบทที่ 5 เพราะเป็นการแสดงภูมิปัญญาของผู้วิจัย
  4. ข้อเสนอแนะ นิยมเขียนโดยแบ่งเป็นสองหัวข้อ คือ (1) ข้อเสนอแนะเพื่อใช้ประโยชน์จากผลการวิจัย (2) ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยต่อไป
  5. ส่วนอ้างอิง ประกอบด้วยสององค์ประกอบหรือหัวข้อ คือ 1. บรรณานุกรม (Bibliography)ต้องเขียนตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนด ในกรณีที่ไม่ได้มีการกำหนดรูปแบบไว้ ควรยึดรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง 2. ภาคผนวก (Appendice) การเขียนภาคผนวก อาจทำเป็นภาคผนวกเดียวหรือหลายภาคผนวกก็ได้

ขอขอบคุณ : https://www.im2market.com/2015/10/02/1871

ใส่ความเห็น