death-stranding (4)

DEATH STRANDING  [PS4  / Trailer / วันวางขาย / Release Date]

ประเภท : Action / Horror / RPG

เครื่อง : PS4

พัฒนาโดย :  Kojima Production

วันวางจำหน่าย : 8 พฤศจิกายน 2019

ในโลกของวิดิโอเกมนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องของ “ชื่อของทีมพัฒนา” ก็มีส่วนสำคัญในการซื้อหาเกมซักเกมมานั่งเล่น เพราะเชื่อว่ามันอาจจะออกมาดี (ซึ่งจะดีจริงหรือไม่ นั่นอีกเรื่อง 55+) ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คงไม่พ้นกรณีของ “ฮิเดโอะ โคจิม่า” ยอดนักทำเกมจากบ.โคนามิ ที่ถูกปลดกลางอากาศทั้งๆที่ตัวเองกำลังควบโปรเจคท์ 2 เกมดังอย่าง Metal Gear Solid V และ P.T. Silent Hill ซึ่งเป็นเกมที่แฟนๆทั่วโลกให้การตอบรับ และสร้างกระแสเกมสยองขวัญแนววิ่งวนในบ้านมากมาย สุดท้าย โปรเจคท์ PT ก็ไม่ได้ไปต่อ แถม MGS V ก็จบแบบเผาๆ ลวกๆเพราะโดนปลดไปก่อนนั่นเอง แต่ไฟในการทำเกมของชายคนนี้ยังไม่มอดลง เพราะเขาได้สานต่อโปรเจคท์การทำเกมที่รวมเอาดาราดังมายัดไว้ในเกม และนี่คือเกมใหม่ของเขาที่มีชื่อว่า Death Stranding 

เกมนี้คือ!?

Death Stranding – Release Date Reveal Trailer _ PS4.mp4_snapshot_05.22

Death Stranding  เป็นผลงานเกมใหม่ล่าสุดที่เต็มไปด้วยความงง และจับต้นชนปลายไม่ถูก ฝีมือของ Kojima Production และ SONY ที่ได้ อ.โยจิ ชินคาว่า มาออกแบบตัวละคร พร้อมขนนักแสดงระดับฝีมือมากมายมาเป็นต้นแบบคาแรคเตอร์ในเกม

ไกด์การเล่นคร่าวๆ

การเอาตัวรอดจากการเดินทางอันแสนโหดร้าย ด้วยการรักษาบาลานซ์การทรงตัว และการทนทานต่อการโจมตีของ BT เพื่อส่งมอบสินค้าที่มีค่า ถือเป็นใจความหลักๆของการเล่นเกมนี้ 

Death Stranding Story 15

การส่งของและการเดินทาง

– แม้แต่ภูเขาที่สูงชันก็สามารถเคลื่อนที่ได้ ด้วยการวางบันได หรือการปักตะขอ ไต่เชือกลงมา หรือลองส่องหาข้าวของที่ผู้เล่นคนอื่นๆทิ้งไว้ให้ใช้งานด้วย แต่ทั้งนี้ ก็ต้องพยายามสังเกตุเล็กน้อย เพราะหลังๆมีพวกชอบวางของแกล้งชาวบ้านเช่นบันไดสูงสุดปลาย ที่ปีนสุดแล้งจะร่วงตกเขา หรือสะพานขาดสร้างไม่เสร็จ เป็นต้น ซึ่งการวางข้าวของสำหรับช่วยการเดินทางในฉากของเกมนี้ จะมีเรื่องของระยะเวลาในการวาง และการสึกหรอที่เกิดจาก Timefall ด้วย ยิ่งของทิ้งไว้นานๆ ก็จะพังได้ นอกจากนี้ บ่อยครั้งที่มีสินค้าอย่างน้อยสองสามชิ้นวางอยู่ใกล้ ๆ จุดส่งของเฉพาะ (Node) ที่จำเป็นต้องส่งมอบกลับไปยังจุดนั้นๆ

Death Stranding Story 35


– ก่อนที่จะเดินทางไปส่งของ ก็ให้ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศ และหากผู้เล่นได้ออนไลน์ ก็สามารถแกะรอยจากเบาะแสของผู้เล่นคนอื่นที่ สร้างสัญญาณเกี่ยวกับการปรากฎตัวของพวกผี BTs   ถ้ามันดูค่อนข้างชัดเจนว่า ทางเส้นนี้เจอพวกมันแน่นอน ก็อาจจะต้องนำไอเทม anti-BT ไปด้วย เช่น ระเบิดฉี่ ระเบิดอึ และปืนยิงเลือด (ใช้HPในการยิง) และมีน้ำหนักบรรทุกให้น้อยลงตั้งแต่เริ่มแรก สิ่งนี้ช่วยให้คุณมีอิสระในการเคลื่อนไหวมากขึ้น และมีความสามารถในการขนส่งสินค้าที่กระจัดกระจายตามฉาก
 

– ก่อนเดินผ่านแม่น้ำให้ทำการเปิดใช้งาน  Odradek ของคุณ มันจะบอกความลึกของพื้นผิวได้ 
 

-เกมนี้ถ้าเราขี้เกียจส่งของ ก็เอาของลงตู้จุดส่งของเฉพาะ (Node)ตามจุด แล้วก็ภาวนาว่าให้มีคนไปส่งของแทนเราก็ได้นะ! เช่น ถ้าเราจะไปเมือง B แต่เรามีของเมือง A เต็มหลัง เราก็จับเอาของที่แบกๆ มาลงตู้ แล้วรอว่าเผื่อมีคนจะไปเมือง A เอาของเราไปส่งนั่นละ…

การต่อสู้ และติดตั้งข้าวของ

Death Stranding Story 36

-ในระหว่างการต่อสู้ BTควรใช้ระเบิดฉี่ ระเบิดอึ  มากกว่า ปืนยิงเลือด เพราะรัศมีของการระเบิดจะล้างพวกBTsออกจากพื้นดิน  โดยส่วนมากจะตั้งเป้าไว้ที่เท้า หรือ กะรัศมีของการระเบิด เอาให้มันกระทบกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ระเบิดที่ต่างชนิด ก็จะมีเอฟเฟกต์ที่แตกต่างกันออกไปด้วย

 
-ในระหว่างการต่อสู้ไฟท์หนักๆควรปลดสัมภาระก่อน เพื่อให้มีช่องว่างสำหรับการใส่ไอเทมฟื้นเลือดและปืนที่ต้องการใช้ในระหว่างการต่อสู้ ซึ่งพวกอุปกรณ์อื่นๆ สามารถหยิบขึ้นมาได้หลังบู๊เสร็จ ค่อยตามไปเก็บทีหลัง
 

Death Stranding Story 34


-หากการต่อสู้ของผู้เล่นกับ BTsจำนวนมากและพลาดท่าจนถูกลากลงไปในบ่อโคลนเพื่อเผชิญหน้ากับ BT s ตัวใหญ่ ถ้าไม่พร้อม ก็ไม่จำเป็นต้องเอาชนะมันทันที ให้เลือกวิ่งหนี และพยายามปีนขึ้นไปในอาคาร หรือโขดหินสูงๆ ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นสามารถเอาตัวรอด หรือหาจังหวะโจมตีพวกมันได้
 

ps-vitabutton-trianggle

-เมื่อคุณมีอุปกรณ์ทั้งหมดสำหรับการเดินทาง อย่าลืมกด   เพื่อจัดเรียงสินค้าอัตโนมัติ ซึ่งตัวเกมจะจัดรูปแบบที่ดีที่สุด น้ำหนักของสินค้าจะกระจายทั่วตัวอย่างสม่ำเสมอที่สุด  แต่ข้าวของสำคัญอย่างพวกเควสท์ ไม่แนะนำให้ติดตามแขนขา เพราะเสี่ยงต่อการเสียหายมากกว่าติดบนหลังนั่นเอง…

-การเดินทางช่วงแรก อาจจะต้องพกบันได กับเชือกให้เยอะหน่อย แต่เมื่อเล่นไปพักหนึ่งเราจะได้มอเตอร์ไซด์มาใช้งาน หรือสามารถเดินทางอย่างรวดเร็วระหว่าง Node บนเครือข่าย chiral

-นอกจากการติดตั้งข้าวของจากสัมภาระ หรือตู้เก็บของส่วนตัวแล้ว ควรตรวจสอบตู้เก็บของที่ใช้ร่วมกันในเซิฟเวอร์ด้วย ซึ่งตัวเกมจะสุ่มเซิฟเวอร์ให้ได้เล่นกัน เราอาจจะโชคดีเจอผู้เล่นที่ทิ้งข้าวของที่จำเป้นเช่น รองเท้า อาวุธ ในช่องเก็บของเพื่อให้คนข้างหลังได้เอาไว้ใช้ผ่านอุปสรรค 

คำศัพท์เฉพาะทางของ Death Stranding

death-stranding (2)

Aphenphosmphobia – ความหวาดกลัวของแซมที่ทำให้กลัวการสัมผัสอย่างถาวร ดังนั้นรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นทั่วร่างกายของเขา ก็มาจากการสัมผัสตัวนั่นเอง

Death Stranding Story 17

BB (Bridge Babies) – ทารกที่คลอดก่อนกำหนด เก็บไว้ในภาชนะบรรจุของเหลวพิเศษที่เลียนแบบน้ำคร่ำในครรภมารดา พวกเขาอยู่ในสถานะกึ่งกลางระหว่าง “การเกิด” และ “การยังไม่เกิด” (ซึ่งเทียบเท่าความตาย) เป็นสถานะที่ช่วยให้ผู้ที่เชื่อมต่อเข้ากับพวกเขามองเห็นพวก BTs  โดยชาติกำเนิดที่แท้จริงของเหล่า BBs และประวัติครอบครัวทั้งหมดถูกทำให้สูญหายไป 

death-stranding (1)

BEACH – ชายหาด เป็นภาพสะท้อนโลกของคนเป็นและคนตาย พื้นที่ชายขอบที่สะท้อนทั้งสองสิ่ง มันเป็นที่ที่เหล่า BTs อาศัย เป็นสถานที่ ที่วิญญาณคนตายมารวมตัวกัน ก่อนที่จะไปสู่ชีวิตใหม่หลังความตาย มันเป็นการเชื่อมโยงระหว่าง ชีวิตของคนๆหนึ่ง, ชีวิตหลังความตายของคนๆหนึ่ง  และ ภพภูมิข้างหน้าของคนๆหนึ่ง  ก็ว่าได้

Death Stranding Story 19

BRIDGES  – บริษัทจัดส่งสินค้าที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำงานให้รัฐบาลอเมริกา ส่งของผ่านทางพนักงานที่ถูกจ้างในราคาค่าตัวที่แพง (ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่จะปะทะกับพวก BTs ความธุรกันดารของสถานที่ และพวก Homo Demens ) ส่วนแซม ถูกจ้างมาเพื่อส่งข้าวของสำหรับการคืนค่าการสื่อสารระหว่างเมือง ผ่าน เครือข่าย chiral ซึ่งจะทำให้อเมริกาสามารถรวมชาติใหม่ได้ ไม่ใช่เมืองที่แตกแยกการปกครองกัน 

Death Stranding Story 21

BTs (Beached Things) – สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นหลังความตาย พวกมันมาจากBEACH  (ชายหาด) และขยายตัวโดยการดูดซับความตายผ่านเนื้อร้าย หากว่าถึงตัวตนจริงๆแล้วพวกมันก็คือ “ภาพสะท้อนในตัวของบุคคลก่อนตาย” เพียงแต่พวกมันเป็นด้านตรงกันข้าม โดยการมาของพวกมัน จะทิ้งรอยมือไว้ไม่ว่าจะไปที่ไหน พวกมันมีหลากหลายรูปแบบ และต่างพยายามกลืนกินมนุษย์

Chiralium – อนุภาคดั้งเดิมของสรรพสิ่ง เช่น สสารมืดโบราณ ที่มีขนาดเท่าจักรวาล การดำรงอยู่ของมันเริ่มเป็นที่รู้จักหลังจากเกิดปรากฎการณ์ Death Stranding  แต่ก่อนหน้านี้มันอาศัยอยู่ในมิติที่ตัดขาดจากโลกคนเป็นมานาน แต่ “การระเบิดครั้งใหญ่ของโลกในครั้งที่ 4″ ก็ทำให้เกิดช่องว่างมิติ (ครั้งแรก กำเนิดโลก / ครั้งที่ 2 ไดโนเสาร์สูญพันธ์/ ครั้งที่ 3 มนุษย์กำเนิดเพื่อครองโลก ส่วนครั้งที่ 4 คือ Death Stranding โลกคนเป็นและคนตายทับซ้อน) และนำพาเอาอนุภาค chiralium เข้าสู่โลกผ่านผลึก chiral ที่กระจัดกระจายทิ้งไว้หลังการระเบิดไปทั่วโลก โดยวัตถุที่มีส่วนประกอบโมเลกุลของอนุภาค chiralium จะไม่ได้รับผลกระทบจากฝนกาลเวลาใดๆในเอกภพ 

Death Stranding Story 18

Chiral Crystals – ความเข้มข้นของอนุภาค  chiralium ที่มีความเข้มข้นสูงจนเกิดการตกผลึก โดยมากมันจะถูกทิ้งไว้หลังจากกำจัดพวก BTs อย่างเด็ดขาดได้  รวมไปถึงการเกิดฝน Timefall ด้วย โดยมาก มักจะนำไปใช้สร้างอุปกรณ์ เครื่องใช้ และระบบเครือข่าย Chiral Network

Chiralgram – โฮโลแกรมฉายผ่านเครือข่าย Chiral

Chiral Allergy –อาการภูมิแพ้ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อมีความหนาแน่น กดดันหนักๆของอนุภาค chiralในระดับสูง ก็จะทำให้คนน้ำตาไหลออกมาเอง ซึ่งแต่ละคนจะมีการแสดงออกที่ต่างกันไป

Chiral Contamination  – หรือการปนเปื้อนของ Chiral เป็นผลของการได้รับรังสี chiral เป็นเวลานานซึ่งปล่อยออกมาจากอนุภาค chiralium การสัมผัสนั้นมีผลกระทบทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงซึ่งคล้ายกับที่เกิดจากความเครียดในระดับสูง อาการที่พบบ่อยที่สุดคือการนอนหลับไม่สนิทเนื่องจากฝันร้าย แต่ก็เป็นสาเหตุให้เกิดอาการอื่น ๆ เช่น หัวใจล้มเหลว, ความไม่สมดุลของฮอร์โมนอย่างรุนแรง และโรคหลอดเลือดสมอง อาการสามารถบรรเทาได้ด้วยฮอร์โมนออกซิโตซิน และ สาร“ไลโคซิน”

Death Stranding Story 22

Chiral Network – ระบบการสื่อสารที่ใช้โดย BRIDGES เช่นเดียวกับระบบอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อจะใช้อนุภาค chiral ในชั้นบรรยากาศเพื่อทำการแชร์ข้อมูล ซึ่งความเร็วของการรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้ สามารถแบ่งปันข้อมูลได้เกือบจะทันที นอกเหนือจากความเกี่ยวข้องในเกมแล้ว มันยังถูกนำมาใช้เป็นกิมิคของเกมนี้ ในส่วนขององค์ประกอบการเล่นออนไลน์ของ Death Stranding เมื่อผู้เล่นอยู่ในพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย chiral ผู้เล่นสามารถเข้าถึงคุณลักษณะออนไลน์ได้ด้วย เช่น “การแบ่งปันอุปกรณ์” หรือ การดูโครงสร้างวัตถุ การวางไอเทมที่สร้างโดยผู้เล่นคนอื่นได้

Death Stranding Story 23

Cryptobite – แมลงที่ลอยไปๆมาในแผนที่ จริงๆแล้วพวกมันมีตัวตนอยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่จะเกิดปรากฎการณ์ Death Stranding ด้วยซ้ำ พวกมันได้รับการตั้งชื่อตามกระบวนการของ cryptobasis ซึ่งหมายถึง “ชีวิตที่ซ่อนเร้น” Cryptobites สามารถอยู่รอดได้เกือบทุกสภาพอากาศ ทุกสถานที่ และทุกห้วงมิติ และแม้กระทั่งอาศัยอยู่ใน BEACH ก็ตาม การที่มนุษย์กินพวกมัน สามารถช่วยให้ต่อต้านผลกระทบทางร่างกายที่เกิดจาก Timefall ได้ชั่วคราว 

Death Stranding Story 30

Corpse Disposal- งานของ BRIDGES นอกจากจะส่งของตามใบสั่งแล้ว ยังรับหน้าที่ “กำจัดศพ” อีกด้วย เนื่องจากมนุษ์ที่ตายไป ร่างกายจะค่อยๆสลาย แล้วกลายเป็น BTs แต่เนื่องจากเมื่อมีคนตาย ศพก็จะปล่อยอนุภาค chiralium  ที่สามารถทำให้ศพกลายเป้น BTs หรือเรียกพวก BTs ตัวอื่นๆจาก BEACH การตั้งเตาเผาจึงจำเป็นต้องไปทำกันนอกเมืองที่ห่างไกลผู้คน

ซึ่งการเผาในเตาอย่างถูกต้อง ก็จะทำให้ศพสลายไปพร้อมกับการเผาไหม้ของอนุภาค chiralium  และจะไม่กลายเป็นการเพิ่มจำนวน BTs ใน BEACH นั่นเอง 

DOOMs – สภาวะลึกลับที่บุคคลที่ได้รับผลกระทบ มีความสามารถเหนือมนุษย์ และต้านทานต่อการปนเปื้อนอนุภาค chiral ความสามารถนั้นจะทำให้สามารถรับรู้การมาของ BTs ได้ และมีปฏิกิริยาทางร่างกาย แต่บางทีก็ไม่สามารถมองเห็นพวกมันเช่น แซม ที่ถูกจัดเป็น DOOMs ระดับต่ำสุด รับรู้แต่มองไม่เห็น หรือ ฟราจาย สามารถวาร์ปไปไหนก็ได้ ส่วน DOOMs คนอื่น ๆ ในระดับที่สูงขึ้นอาจจะสามารถควบคุม BTs ได้อีกด้วย

Death Stranding Story 29

Death Stranding – ระเบิด “ครั้งที่สี่” ที่ทำให้โลกเกิดการสั่นคลอนครั้งใหญ่ ทำให้ โลกคนเป็น และ โลกคนตาย ทับซ้อนกัน และมี BEACH อยู่กั้นกลาง อีกทั้งกาลเวลายังถูกทำให้ผิดเพี้ยนไปเยอะจากเดิมอย่างมาก

Evo-Devo Unit –  ทฤษฏี Evo-Devo (Evolutionary developmental biology) อ้างถึง “วิวัฒนาการการพัฒนาทางชีววิทยา” ทุกชีวิตมี DNA ที่เหมือนกันเกือบทั้งหมด หรือ วิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน แต่กับ Evo-Devo Unit จะเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการคัดกรองเอาดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตใด ๆ ที่สามารถใช้เป็นต้นแบบในการสร้าง DNA ของสิ่งมีชีวิตอื่น ซึ่งในเกมได้เอาแนวคิดนี้มาใช้กับวัตถุ เช่นเครือข่าย chiral เพื่อสร้างวัตถุบางอย่างจากสิ่งที่ไม่สมบูรณ์

Death Stranding Story 24

Fragile  – บริษัทขนส่งเอกชนคู่แข่งของ BRIDGES เน้นการจ้างงานพวกฟรีแลนซ์มาทำงาน ซึ่งไม่ได้ผูกติดอยู่กับความพยายามในการรวมหรือรัฐบาลใด ๆเหมือนกับ BRIDGES 

Death Stranding Story 25


Homo Demens –ใช้เรียกพวกกลุ่มติดอาวุธที่ต่อต้านการรวมศูนย์อำนาจของอเมริกา พวกเขามุ่งหวังที่จะทำให้เมืองของพวกเขาเป็นอิสระและปกครองตนเองตามอุดมคติ โดยมี ฮิกส์ มอนากัน  เป็นผู้นำ

Ka – เสี้ยวส่วนหนึ่งของวิญญาณมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ หลังจากส่วนอื่นกลายเป็น BT 

Likecin – หมายถึงฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีความคล้าย “ออกซิโตซิน” (ฮอร์โมนที่ปล่อยออกมาจากต่อมใต้สมองช่วยในการให้กำเนิด, ในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างมารดาและบุตร และในการผลิตน้ำนม ) ซึ่งถูกหลั่งโดยสมอง แต่  Likecin เป็นผลมาจากการได้รับคำชม จากคนอื่น ๆ  มันไม่สามารถสังเคราะห์ออกมาเองได้ ถ้าไร้สื่อกระตุ้น เมื่อถูกชมบ่อยๆก็จะเสพติด จนกลายเป้นผู้ป่วยทางจิตชนิดหนึ่งที่มีสารนี้ในสมองมากเกินไปนั่นเอง…

Memory Chips – ข้อมูลที่เหลือจากโลกเก่าข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ให้เบาะแสว่าผู้คนใช้ชีวิตอย่างไรในสมัยนั้น (และบางครั้งตัวเกมก็นำเสนอข้อมูลแปลกๆโดยตรงจากโคจิม่า)

Death Stranding Story 26


Mules – ศัตรูที่พบในฉาก นอกเหนือจากพวก Homo Demens  โดยพวก Mules  ต้องการขโมยอุปกรณ์และบรรจุภัณฑ์ต่างๆ พวกนี้เป็นคนที่มีอาการทางจิต เสพติดการขนส่งสินค้า (เพราะในอดีต พวก Mules ก็คือคนที่ทำงานส่งของเหมือนแซมนี่แหละ แต่ส่งของมากไปจนเสพติด และเสียสติไป) สาเหตุหลักของการคลั่งไคล้ในการส่งของ ก็อาจเป็นผลมาจากการปนเปื้อนของอนุภาค chiral จนทำให้ร่างกายเริ่มมีความไม่สมดุลของฮอร์โมน อาจทำให้ความจำและการตัดสินใจผิดปกติ

Necrosis – เป็นกระบวนการที่นำไปสู่การสร้าง BT ตัวใหม่ๆ

Death Stranding Story 27

Odrarek – เครื่องสแกนที่ใช้โดยแซม และพนักงานขนส่งคนอื่น ๆ มันสามารถให้ข้อมูลที่หลากหลาย เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม สถานที่ โครงสร้าง และความสูงชันของภูมิประเทศ และถ้าเชื่อมต่อเข้ากับด้วย BB ก็จะเพิ่มคุณสมบัติในการระบุตำแหน่งของ BTs. อีกด้วย

PCC (Portable Chiral Constructor) –เครื่องพิมพ์ 3 มิติที่สร้างวัตถุต่าง ๆ ได้ตามแปลน หรือโครงสร้างที่บรรจุเอาไว้ในซอฟท์แวร์การสร้งวัตถุพื้นฐาน เช่น สะพาน / หอสังเกตการณ์ / เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และตู้ขนส่งสินค้า เป็นต้น

Death Stranding Story 28

Preppers – ผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ในเมืองต่างๆ ที่ไม่อยากจะอยู่ในอำนาจของ UCA เท่าไหร่นัก ส่วนมากคนพวกนี้จะรับรู้เรื่องราวของปรากฎการณ์ Death Stranding ล่วงหน้าระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่มีใครเชื่อพวกเขา ทำให้พวกเขาได้หลบหนีไปยังใต้ดินและเริ่มสะสมเสบียง และเอาตัวรอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ เมื่อพวกเขาอยากได้สิ่งของที่จำเป็น พวกเขาจะเป็นฝ่ายติดต่อไปยังบริษัทขนส่งสินค้า เพื่อทำการสั่งของให้มาส่งในจุดต่างๆ ถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักเลยก็ว่าได้ และดูเหมือนว่าคนกลุ่มนี้จะนิยมใช้บริการของบริษัทขนส่งเอกชนอย่าง Fragiles มากกว่า

ซึ่งในเกมนี้ผู้เล่นจะต้องทำภารกิจบ่อยๆ เช่นการส่งของ การสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อซื้อใจของเหล่า Preppers เพื่อดึงเอาพวกเขากลับมาเข้าระบบการปกครองให้ได้  (จะมีบางตัวละครที่ใช้นักแสดงคนดังจากวงการต่างๆมาเป้นโมเดลให้ เช่น Conan O Brian / อ.จุนจิ อิโต้ (ในรูปตัวอย่าง) หรือแม้แต่พิธีกรงาน E3 ก็เช่นกัน)

Phobia – เป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่ง ซึ่งในโลกของเกมนี้ จะเล่าถึงผลกระทบจากการสัมผัส หรือมีความเกี่ยวข้องกับอนุภาค Chiral เป็นระยะเวลานานๆ

Death Stranding Story 16

Q-Pid – สร้อยคอพิเศษที่บรรจุข้อมูลสารพัดสิ่ง สำหรับการเปิดใช้งานเครื่องจักร และระบบการสื่อสารเอาไว้ ซึ่งเมื่อทำงาน มันจะฉายภาพของสูตรสมการอยู่ 6 สูตร ได้แก่ Reaction-Diffusion Equation (สมการปฏิกิริยาการแพร่) / Dirac Equation (สมการดีแร็ก) / Higgs Field Equation (สมการสนามฮิกส์) / Einstein Field Equation ( สมการสนามไอน์สไตน์) / Quantum Entanglement Equation (ใยสัมพันธ์ควอนตัม) /  Schwarzschild Radius Equation  (สมการรัศมีชว๊าซชิลด์ที่กล่าวถึงรัศมีของหลุมดำ)

Death Stranding Story 20

Repatriate – รีแพทริเอต หมายถึงคนที่สามารถกลับมาจากความตายได้ โดยหลังเกิดเหตุที่ทำให้เขาตายนั้น วิญญาณจะถูกส่งมายัง BEACH ก่อนที่จะกระโดดกลับเข้าร่างในโลกคนเป็นอีกครั้ง

Seam – การเชื่อมต่อแบบพิเศษเฉพาะตัวของแซม  โดยเขาสามารถเชื่อมต่อ กายเนื้อของเขา กับ วิญญาณ ในขณะที่อยู่ในรอยต่อโลกคนเป็นและคนตายได้เลย โดยที่ตัวเขาไม่ต้องไปที่ BEACH เหมือนกับคนอื่นๆ

Still Mother – แม่แท้ๆของเหล่า BB (Bridge Babies) ที่ส่วนมากจะเป็นหญิงที่สมองตาย แต่ร่างกายของพวกเธอยังคงมีชีวิตอยู่ เพื่อนำมดลูกมาเป็นต้นแบบในการสร้างแคปซูลที่ๆ Bridge Babies อาศัยอยู่

Strand – ความหมายตรงตัวก็คือ “การถักทอ” แต่ในเกมมักจะหมายถึงการเชื่อมต่อ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นคำที่กำหนดให้กับการเชื่อมต่อใด ๆ ก็ตามที่ถูกสร้างขึ้นใน Chiral Network 

Death Stranding Story 32

Timefall – ฝนกาลเวลา ที่เมื่อหยาดฝนได้สัมผัสกับวัตถุใดๆก็ตาม จะทำให้เกิดการสูญสลายตามอายุขัยที่รวดเร็วผิดธรรมชาติ และถ้าหากสิ่งมีชีวิตตากฝนกาลเวลานี้เป็นระยะเวลานาน ก็จะเป็นการเร่งอายุขัยไปจนถึงจุดสิ้นสุดของวงจรชีวิตของสิ่งนั้นซึ่งจะเกิดขึ้นในบางสถานที่เท่านั้น โดยเราจะเห็น “รุ้งกลับหัว” ในบริเวณก่อนที่จะเกิดฝนตกนั่นเอง

Death Stranding Story 33

UCA (United Cities of America) – ส่วนที่เหลือของประเทศสหรัฐอเมริกา การปกครองล่มสลายจนไม่อาจกลับไปเป็นสหพันธ์กับรัฐอีกต่อไป ทำให้ศูนย์กลางอำนาจเก่า ต้องจัดตั้ง บริษัท BRIDGES บริษัทขนส่งสินค้าของรัฐบาลเพื่อการันตีถึงความมีสเถียรภาพ และความมั่นคงของอเมริกา พร้อมกับนำส่วนที่เหลือของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเดินหน้าสร้างประเทศขึ้นใหม่ แม้ว่าจะเมืองที่กำลังจะเดินหน้ารวบรวมนั้นมันเล็กน้อยมากกว่าการจะเรียกว่า “รัฐ” ก็ตาม

สปอยล์เนื้อเรื่อง!?

Death Stranding Story 11

เรื่องราวจะเล่าถึง “แซม” หรือ  Sam “Porter” Bridges ( แสดงโดย Norman Reedus ) กำลังเดินทางขนถ่ายสินค้าแต่การเดินทางก็ขัดจังหวะโดย Timefall (สายฝนแห่งกาลเวลา ที่เมื่อหยาดฝนปะทะกับวัตถุ หรือสิ่งมีชีวิต จะเป็นการเร่งอายุขัยของสิ่งนั้นๆ) และได้รับความช่วยเหลือจาก “Fragile” (ฟราจาย แสดงโดย Léa Seydoux ) นักขนของอีกคน ที่อยู่ในระหว่างการหลบหนีการตามล่าของ  BTs (Beached Things สิ่งเร้นลับบางอย่างจากโลกหลังความตาย) หลังจากฝน  Timefall หยุด แซมก็เดินทางต่อ โดยแยกกับฟราจาย 

Death Stranding Story 12

จนเขามาถึงจุดหมายปลายทางที่เมือง Central Knot City และเขาก็ได้รับการไหว้วานจากเพื่อนร่วมอาชีพ ให้ไปช่วยกันขนศพชองคนๆหนึ่งที่ตายจากเหตุฆ่าตัวตาย และศพก็ใกล้จะกลายเป็น BTs แล้ว แซมจึงตัดสินใจช่วยขนส่งศพไปยังเตาเผาแต่เนื่องจากการโจมตีจาก BTs ทำให้การขนศพไปทำลายนั้นสายเกินไป นักส่งของที่มาร่วมทางกับเขาก็ถูกBTsกลืนไป และเมือง Central Knot City ก็ระเบิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ขึ้น เหลือเพียงแซมที่รอดมาได้ 

Death Stranding Story 13

และภาพก็ตัดมาที่แซมได้ตื่นขึ้นมาใน Capital Knot City และพบกับ “ดร.เดดแมน” (Deadman แสดงโดย Guillermo del Toro ) หัวหน้าคณะแพทย์จาก องค์กรBRIDGES ได้อธิบายสถาณการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างเขาหมดสติ และได้ขอร้องให้แซมช่วยไปส่ง “มอร์ฟีน”ให้กับประธานาธิบดีของ  UCA (United Cities of America )ที่กำลังเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย  

และความจริงก็คือ ประธานาธิบดีคนนี้ก็คือ “บริเจต สแตรนด์” แม่ของแซม ( Bridget Strand แสดงโดย Lindsay Wagner ) นอกจากนี้เขายังได้พบกับ “Die-Hardman” ผู้อำนวยการของ BRIDGES และอดีตหัวหน้าของแซมก่อนที่เขาจะออกจากองค์กร บริเจตได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายก่อนสิ้นลม ขอร้องแซมไปสมทบกับ BRIDGES และช่วยสร้างประเทศอเมริกาขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นความปราถนาขั้นสุดของเธอ และก็สิ้นใจ  แซมจึงตัดสินใจที่จะขนร่างของแม่ไปเผาที่โรงเผาลับของทางBRIDGES เพราะถ้ามีข่าวว่าประธานาธิบดีถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ประเทศอเมริกาที่ยังแตกแยกกันอยู่ก็จะสับสนวุ่นวายหนักขึ้น

Death Stranding Story 14

แต่แซมกลับปฏิเสธที่จะเผา Baby Bridges รหัส “BB-28″  เด็กในขวดโหลแก้วที่เขาเก็บมาได้จากเจ้าของเก่า ในเหตุ Central Knot City ระเบิด โดยBB-28ถูกทำเครื่องหมายสำหรับการปลดระวางแล้ว แต่ในตอนนั้น ฝูงBTs ก็ได้ทำการบุกเข้ามาหาแซมในโรงเผาลับขององค์กร แต่ด้วยความสามารถพิเศษของ  BB-28 ทำให้แซมสามารถเอาตัวรอดฝูง BTs และกลับสู่ Capitol Knot City ทำให้แซมตัดสินใจที่จะใช้ Baby Bridges BB-28 เป็นของเขาเอง ซึ่งทุกๆครั้งที่เชื่อมต่อ แซมจะเห็นภาพความทรงจำของ BB-28 และเห็นภาพชายคนนี้ซ้ำไปซ้ำมา…

Death Stranding Story 9

เมื่อเขากลับมาแซมก็ได้พบว่า ตอนนี้องค์กร BRIDGES ได้เข้ามาดูแลจัดการเรื่องการรวมประเทศ สานต่อกิจการของบริเจตที่ทำค้างไว้ และทำให้แซมได้พบกับ น้องสาวของเขา “อาเมลี สแตรนด์”  (Amelie Strand แสดงโดย  Lindsay Wagner) ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานนับปี  อาเมลีบอกเขาว่าในช่วงสามปีที่ผ่านมาเธอได้นำร่องการเดินทางสำรวจสิ่งที่หลงเหลืออยู่ของอเมริกา ทั้งทำการติดต่อกับเมืองที่เหลืออยู่ การตั้งถิ่นฐานของผู้รอดชีวิต และตั้งค่าอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่จะช่วยให้พวกเขาเชื่อมต่อกับเครือข่าย Chiral ระบบ การสื่อสารในระยะไกล ที่มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดต่อ ขอความช่วยเหลือ ซึ่งจะทำให้อเมริกากลับมาเป็นปึกแผ่นอีกครั้งได้

Death Stranding Story 10

อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงเมืองสุดท้ายบนชายฝั่งตะวันตก  Edge Knot City  อาเมลีถูกจับเป็นตัวประกันโดย “กลุ่มก่อการร้ายต่อต้าน UCA” เรียกว่า “Homo Demens” เพื่อรับประกันความเป็นอิสระในการแบ่งแยกการปกครองออกจากอเมริกาของ Edge Knot City แม้ว่าเธอจะเป็นตัวประกัน แต่เธอก็ยังสามารถสื่อสารกับ BRIDGES ผ่านเครือข่ายได้อย่างอิสระ

Death Stranding Story 8

เธอบอกแซมว่าเขาต้องทำตามเส้นทางการเดินทางของเธอและใช้กุญแจ Q-pid สร้อยคอพิเศษที่บรรจุข้อมูลสารพัดสิ่ง สำหรับการเปิดใช้งานเครื่องจักรสารพัดที่เธอทิ้งไว้ตามเมืองต่างๆ และเธอยังขอร้องให้แซมช่วยพาเธอกลับมาเพื่อที่เธอจะได้เข้าแทนที่ แม่ของแซมที่จากไป ในฐานะประธานาธิบดีของ UCA แซมยอมรับเงื่อนไขอย่างไม่เต็มใจนัก

Death Stranding Story 7

แซมจึงเริ่มทำภารกิจของเขาเพื่อเชื่อมต่อเมืองที่เหลือทั้งหมดเข้ากับเครือข่าย ระหว่างทางเขาส่งมอบสิ่งของมีค่าช่วยทีมงานBRIDGESคนอื่น ๆ เช่น Mama (แสดงโดย Margaret Qualley ), Heartman (  แสดงโดยNicolas Winding Refn ) และ พี่สาวฝาแฝดของ Mama (เช่น Qualley) ในการวิจัยเกี่ยวกับปรากฎการณ์ Death Stranding รวมไปถึงแผนการทำลายกลุ่ม Homo Demens และหัวหน้าของพวกเขา ฮิกส์ มอนากัน ( Higgs Monaghanแสดงโดย Troy Baker )

Death Stranding – Release Date Reveal Trailer _ PS4.mp4_snapshot_08.28

เด็กในขวดโหลแก้ว Baby Bridges รหัส “BB-28″ แซมได้ตั้งชื่อว่า ลู (Lou) และหลายๆครั้งที่เขาเชื่อมต่อ ก็เห็นชายคนเดิมๆที่อุ้มลูไปมาในความทรงจำ ซึ่งตัวจริงของเขาก็คือ “คลิฟฟอร์ด อันเกอร์” (Clifford Unger แสดงโดย Mads Mikkelsen) พ่อของลู …ซึ่งคลิฟฟอร์ดเองตอนนี้ สถานะก็เป็นวิญญาณที่ตามรังควาญแซมในความพยายามที่จะกู้คืนความทรงจำของลูในบางครั้ง

Death Stranding Story 6

การเดินทางของแซมในจุดสุดท้าย ก็เป็นการเผชิญหน้าโดยตรงกับฮิกส์ หัวหน้ากลุ่ม Homo Demens ใน ชายหาดจุดเชื่อมต่อโลกคนเป็นและคนตาย ที่ อาเมลีอาศัย โดยฮิกส์เปิดเผยว่า ตัวของอาเมลี คือมนุษย์ที่เปรียบเสมือนเทพเจ้า (Extinction Entity) ที่สามารถใช้พลัง Death Stranding เพื่อกระตุ้นเหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ซึ่งตัวของฮิกส์เองนั้นได้มองข้ามช็อตนี้ เพราะตัวเขาต้องการปรากฏการณ์ “Last Stranding” ซึ่งเป็นการทำลายล้างทุกชีวิตบนโลกแทน และ แซม ก็เอาชนะ ฮิกส์ ได้ แต่แซมถูกกันให้ออกจากชายหาดโดย อาเมลี 

ซึ่งเขาค้นพบในภายหลังว่า ตัวเธอและตัวของบริเจต แม่ของเขา ต่างก็มีความสามารถดังกล่าว (Extinction Entity) เหมือนกัน ซึ่งบริเจตจะมีพลังนี้อยู่ในโลกของสิ่งมีชีวิต ส่วนอาเมลีจะสามารถแสดงพลังดังกล่าวบนชายหาดเชื่อมโลกเท่านั้น

Death Stranding Story

นอกจากนี้ยังรู้ว่าอาเมลี ยังเป็นผู้นำที่แท้จริงของกลุ่ม Homo Demens โดยมีวัตถุประสงค์คือการค้นหาและกระตุ้นปรากฎการณ์ Last Stranding และทำให้ยุติวงจรการสูญพันธุ์ (end the cycle of extinction)

แซมเผชิญหน้ากับ อาเมลี เป็นครั้งสุดท้ายและกล่อมให้เธอหยุด แม้ว่าหนทางเดียวที่เธอจะหลีกเลี่ยงปรากฎการณ์ Last Stranding และชะลอการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ …ก็คือการแยกตัวระหว่างชายหาดจุดเชื่อมต่อ ออกจากโลกแห่งสิ่งมีชีวิตอย่างถาวร อาเมลี กล่าวลาแซมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะผลักเขาลงสู่โลกความตาย และกลับมามีชีวิตอีกครั้งจากการเชื่อมต่อ

Death Stranding Story 1

ในช่วงท้าย Die-Hardman ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่แทนอาเมลี ในฐานะประธานาธิบดีแห่ง UCA โดยมีเจ้าหน้าที่ BRIDGES คนอื่น ๆ ที่ทุ่มเทเพื่อรักษาความปลอดภัยของ UCA

Death Stranding Story 2

แซมได้รับการติดต่อจากทางดร.เดดแมน เขาได้คืนชีวิตอิสระให้กับแซมโดยปลดล๊อกกุญแจมือสำหรับเชื่อมต่อ หลังจากนี้ อเมริกาจะไม่มีใครรับรู้ว่าแซมอยู่ไหนทำอะไร ส่วนลูที่ตายไปแล้วในช่วงการดวลกับฮิกส์ แซมก็จะเดินทางไปยังเตาเผา เป็นภารกิจส่งศพเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก่อนนั้นเขาได้ลองเชื่อมต่อกับ ลู เป็นครั้งสุดท้าย และค้นพบความทรงจำของลู…แต่ความเป็นจริงก็คือ ที่เห็นมาทั้งหมดคือความทรงจำของแซมในช่วงที่เป็นทารก!

Death Stranding Story 3

เมื่อหลายสิบปีก่อน คลิฟฟอร์ด ถูก Die-Hardman  และ บริเจต สแตรนด์ ตามล่า จากเหตุที่เขาพยายามที่จะลักลอบนำ แซมในวัยทารกออกจากห้องทดลองของ BRIDGES  สุดท้าย บริเจต ได้สั่งให้ Die-Hardman  ลงมือสังหาร คลิฟฟอร์ด จากเหตุนี้ทำให้ ทารกแซมเองก็เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ แต่ก็ถูกนำกลับมายังโลกคนเป็นอีกครั้งโดย อาเมลี ที่อยู่บนชายหาด

หลังจากนั้นเด็กทารกแซม ก็ถูกบริเจตรับเป็นลูกบุญธรรม เนื่องจากหมดคุณสมบัติในการเป็น Baby Bridges แล้วนั่นเอง แต่คาดว่าจะเอาไว้ใช้งานอย่างอื่นได้ในอนาคต…

Death Stranding Story 4

เหตุการณ์ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน … แซมตัดสินใจที่จะไม่เผาศพลู และพยายามช่วยชีวิตจนลูกลับมามีชีวิตอีกครั้งจนสำเร็จ…

Death Stranding Story 5

ในฉากสุดท้ายแซม เรียก ลู ว่า “ลูอิส” ….

(หรือว่า ลู อาจจะเป็นผู้หญิงที่กำลังตั้งท้องในรูปของแซมที่โดน Timefall ตั้งแต่ตอนต้นเรื่องก็เป็นได้…)

ที่มา: https://www.metalbridges.com/death-stranding/

ใส่ความเห็น