การค้นหาด้วยเครื่องหมายคำพูด (“…”) ใช้สำหรับการค้นหาคำ Keyword ที่มีลักษณะเป็น กลุ่มคำ หรือประโยควลีที่ผู้ใช้ ต้องการให้แสดงผลทุกคำในประโยค โดยไม่แยกคำ เช่น ถ้าผู้ใช้ต้องการหาเว็บไซต์ เกี่ยวกับกราฟิกดีไซน์ ชื่อว่า เทรนด์เว็บกราฟฟิก  2017 ให้พิมพ์ว่า “เทรนด์เว็บกราฟฟิก  2017 ”  Google จะทำการค้นหาประโยค “เทรนด์เว็บกราฟฟิก  2017 ” ทั้งประโยคโดยไม่แยกคำค้นหา

ตัดคำนั้นออกจากการค้นหา (Exclude / Negative) ใช้ “-” เพื่อช่วยตัดคำบางคำออก บอกให้กูเกิลรู้ว่าคุณต้องการให้ยกเว้นผลลัพธ์การค้นหาคำไหนบ้างและเพื่อลดความกำกวม แค่ใส่ “-” ก็จำกัดคำที่ไม่ต้องการออกไปจากผลการค้นหาได้ง่ายๆ เช่น ถ้าผู้ใช้ ต้องการค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับรถยนต์ แต่ไม่ต้องการ การรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง กับรถยนต์มือสอง ให้ผู้ใช้พิมพ์ Keyword ว่า รถยนต์ –มือสอง Google ก็จะทำการค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับรถยนต์แต่ไม่มีมือสองเข้ามาเกี่ยวข้อง

ค้นหาภายในเว็บ (Site Search) หากเราต้องการหาผลแค่ในเว็บไซต์หนึ่งๆ ให้พิมพ์ “site:” ตามด้วย URL และคำที่ต้องการหา โดยใส่ site: ไว้หน้าข้อความค้นหา เช่น โปรแกรมดูวิดีโอ site:mysmileeasy.com

หาเว็บที่มีเนื้อหาใกล้เคียง (Related) ถ้าเราต้องการค้นหาเว็บไซต์ใหม่ ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับ และระยะอื่นปรากฏในหน้าอื่น ๆ ใส่ชื่อหรือ URL, แล้ว พิมพ์คำตามที่ intext: ทันทีตามเงื่อนไขเช่น related:www.chula.ac.th ใช้การ related:somesite.com ปรับเปลี่ยน

ยิ่งใช้คำน้อยยิ่งให้ผลดีนี่เป็นหลักการทั่วไป การใช้คำเพียงหนึ่งหรือสองคำจะให้ผลการค้นหาที่กว้างที่สุด ให้เริ่มด้วยการใช้ข้อความค้นหาสั้นๆ แล้วปรับผลการค้นหานั้นโดยการเพิ่มคำให้มากขึ้น

ใช้ OR เพื่อรวมและแสดงการค้นหาสำหรับหลายคำ หากเราต้องการรวมผลการค้นหาของแต่ละคำ ค้นหา 2 เรื่องพร้อมกัน ซึ่งเป็นการสั่งให้ Google ค้นหาข้อมูลเพิ่มมากขึ้นเพียงแค่พิมพ์ OR ไประหว่างคำที่ค้นหาในเครื่องหมายคำพูดโดยให้พิมพ์ตัวอักษรใหญ่เท่านั้นคือ OR เช่น dog OR cat OR bird

Google จะไม่ใส่ใจใน Common Word หรือคำศัพท์พื้นๆ อย่าง the, where, is, how, a, to และอื่นๆ รวมทั้งตัวอักษรเดี่ยวๆ และตัวเลข Google มักไม่ให้ความสำคัญและใส่ใจที่จะค้นหาค่ะ เพราะเครื่องมือที่ Google ใช้จัดเก็บและรวบรวมเว็บทั่วโลกจะค่อนข้างเสียเวลาในการเก็บรวบรวมเว็บที่มี คำเหล่านี้ (ซึ่งมีเยอะมากๆ) แต่ถ้าหากจำเป็น ผู้ใช้จะต้องใช้เครื่องหมาย ” + ” ในการ เชื่อมคำเหล่านี้ด้วย หรืออีกทางก็คือผู้ใช้อาจจะระบุคำที่ต้องค้นหาทั้งหมดในรูป ของวลีภายใต้เครื่องหมาย ” ……. ”

ใช้จุดสองจุด “..”  เพื่อค้นหาช่วงเวลานั้นๆ โดยการแยกตัวเลขเป็น 2 ตัว ตัวน้อยกับตัวมาก แล้วเราจะเห็นผลลัพธ์ข้อมูลตัวเลขที่อยู่ในระหว่างตัวเลขนั้น เช่น ปฏิวัติ พ.ศ. 2500..2555

การค้นหาเฉพาะไฟล์เอกสาร แค่ใส่ประเภทของไฟล์อย่างเจาะจงว่า… filetype:PPT แค่นี้ก็ช่วยให้เราสามารถจำกัดการค้นหาได้แคบลงและจะพบแต่ผลการค้นหาที่เป็นไฟล์ PDF หรือ Powerpoint เท่านั้น

Functions อื่นๆ มี Functions อื่นๆอีกมากมาย ที่จะช่วยในการค้นหาของ Google เช่น

+ ช่วยค้นหากรุ๊ปเลือด

@ เมื่อค้นหา Social Tags

& เมื่อค้นหา 2 ไอเดียที่เชื่อมโยงกันและวรรคต่างๆ

% เมื่อค้นหาเป็นมูลค่าเปอร์เซนต์

$ เมื่อค้นหาราคา (สกุลเงินเป็น ดอลล่าร์)

# เมื่อค้นหาหัวข้อ Intrend โดยใช้แฮชแท็ก

– เมื่อค้นหาคำซึ่งเกี่ยวข้องกันอย่างมาก

One Reply to “เคล็ดลับในการ Search หาข้อมูลใน Google”

ใส่ความเห็น