กฎ 3 ข้อที่ช่วยให้จำเนื้อหาของหนังสือได้ไม่ลืม

  1. เมื่อรับข้อมูลเข้าสู่สมองแล้ว ต้องทำการส่งข้อมูลออกให้ได้ 3-4 ครั้งภายใน 7-10 วัน วิธีการส่งข้อมูลออก: อ่านหนังสือพร้อมกับจดโน๊ตหรือใช้ปากกาเน้นข้อความส่วนที่สำคัญไปด้วย เล่าเนื้อหาในหนังสือให้คนอื่นฟังหรือแนะนำหนังสือให้คนอื่นอ่าน เขียนแบ่งปันความรู้สึก สิ่งที่ฉุกคิดหรือคำคมจากหนังสือลงบน social media เขียนบทวิจารณ์หนังสือลงบน facebook หรืออีเมลจดหมายข่าว
  2. อ่านในขณะว่างช่วงสั้นๆ การเล่นสมาร์ทโฟนบนรถไฟ เป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ยิ่งอ่านหนังสือได้มากก็ยิ่งแสดงว่าบริหารเวลาเก่ง ตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง เช่น วันนี้จะอ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบ เป็นการจำกัดเวลาและสร้างความกดดันให้ตัวเอง ทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นสารสื่อประสาทที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำให้หลั่งออกมา สมองของเราจะจำเนื้อหาที่อ่านได้ดีขึ้นกว่าเดิม
  3. ทำความเข้าใจเนื้อหา อ่านให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งจนสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือได้ ถ้าจำเนื้อหาไม่ได้ถึงอ่านเร็วแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย เราควรให้ความสำคัญกับคุณภาพในการอ่านมากกว่าปริมาณในการอ่าน หัดอ่านตีความให้ได้ก่อนแล้วค่อยอ่านเร็ว

เราจะจำเนื้อหาของหนังสือได้ดีที่สุดในช่วง 5 นาทีแรก กับ 5 นาทีสุดท้ายของการอ่าน การทยอยอ่านครั้งละ 15 นาที จึงช่วยการจำได้ไม่ลืมมากกว่าการอ่านรวดเดียว 60 นาที

การอ่านหนังสือก่อนนอนช่วยผ่อนคลายความอ่อนล้าของทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงช่วยให้หลับง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยจำได้ไม่ลืมมากขึ้น

  • สแกนหาเป้าหมายของการอ่าน มองภาพรวมของหนังสือให้ออก แล้วค่อยกำหนดเป้าหมายและวิธีการอ่าน
  • เปิดเข้าไปอ่านเนื้อหาส่วนที่อยากรู้ก่อนไม่จำเป็นต้องอ่านทุกตัวอักษร
  • อ่านหนังสือที่ยากกำลังดี จะช่วยให้เรียนรู้ได้มากที่สุด
  • ถ้ารู้สึกตื่นเต้นเวลาอ่าน ต่อให้ผ่านไป 30 ปีก็ยังจำได้ไม่ลืม
  • ถ้ารู้สึกว่าน่าสนุกก็ควรอ่านให้จบในรวดเดียว
  • การไปพบนักเขียนจะทำให้เข้าใจเนื้อหาในหนังสือได้ดีขึ้น

เมื่อเราอ่านหนังสือจนเป็นนิสัย พร้อมทั้งนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ จะช่วยเร่งให้เรามีพัฒนาการเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

การอ่านหนังสือเปรียบเสมือนอาวุธทางปัญญาที่แข็งแกร่งที่สุด ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้ หากเราอ่านหนังสือจนติดเป็นนิสัย ก็จะมีความสามารถในการแก้ปัญหามากขึ้น

ใส่ความเห็น