สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ว่านายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง กล่าวภายหลังการเข้าร่วมประชุมอาเซียน-จีน ครั้งที่ 22 เมื่อวันอาทิตย์  ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการหารือย่อยที่สำคัญของการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ครั้งที่ 35 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ว่าภายใต้บริบทของสถานการณ์ทั้งภายในภูมิภาคและระหว่างภูมิภาคที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับจีนตั้งอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานซึ่งมั่นคง และพัฒนาไปข้างหน้าตลอดเวลา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน โดยเฉพาะในด้านการสนับสนุนเสถียรภาพภายในภูมิภาค ส่งผลให้ทั้งอาเซียนและจีนสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนซึ่งกำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคอื่นของโลกได้

ขณะเดียวกัน นายหลี่กล่าวถึงความคืบหน้าของการจัดทำแนวทางปฏิบัติ ( ซีโอซี ) เรื่องทะเลจีนใต้ ซึ่งร่างฉบับแรกมีการหารือและจัดทำจนเสร็จสิ้นร่วมกันเมื่อต้นปีนี้ ว่าเป็น “ก้าวย่างที่สำคัญ” สำหรับทุกประเทศซึ่งมีข้อพิพาทกันโดยตรงในเรื่องทะเลจีนใต้ พร้อมทั้งยืนยันว่ารัฐบาลปักกิ่งยินดีสนับสนุนและร่วมมือย่างเต็มที่ในทุกมิติของการจัดทำซีโอซีฉบับสมบูรณ์ ที่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาเอาไว้ 3 ปี

นอกจากนี้ นายหลี่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพลเมืองของอาเซียนกับจีนว่า “ต่างฝ่ายต่างเป็นจุดหมายของกันและกัน” และเชื่อมั่นว่าการแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคลทั้งในเชิงวิชาการ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างทั้งสองฝ่ายจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเชื่อมโยงกับการหารือเพื่อจัดทำข้อตกลงการเดินอากาศอาเซียน-จีน และข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ตลอดจนการที่อาเซียนเป็นหนึ่งในเป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของรัฐบาลปักกิ่งด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่ายินดีสนับสนุนให้อาเซียนเป็น “ศูนย์กลาง” ของความร่วมมือและการลงทุนจากเอเชียตะวันออก.

ใส่ความเห็น