ผมเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ของบริษัท Apple หรือที่มักเรียกกันว่าเครื่อง Mac มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่กับคอมพิวเตอร์ PC ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows และ Linux มานานสิบกว่าปี และพบว่าชีวิตง่ายขึ้นมากมายเหลือเกิน ทั้งในส่วนของการใช้งาน การติดตั้งและถอนการติดตั้งโปรแกรม การกำหนดค่าต่างๆ ของระบบปฏิบัติการ มันดูง่ายดายและสวยงามไปซะหมด ดังนั้นบทความซีรีย์แรกสำหรับ NSRU KM นี้ก็เลยอยากจะมาเล่าถึงประสบการณ์ในการใช้งานเครื่อง Mac และระบบปฏิบัติการ Mac OS X ให้ลองอ่านกันดูครับ

Mac-Repair

(ที่มา: http://www.macrepairspecialists.com)

ทำความรู้จักกับเครื่อง Mac กันก่อน

คอมพิวเตอร์ในตระกูล Mac ของบริษัท Apple ปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็น 4 โมเดลใหญ่ๆ ครับ

1. iMac หรือเครื่อง Mac แบบ Desktop ดูเผินๆ เหมือนมีแต่จอ จริงๆ แล้วอุปกรณ์ต่างๆ ถูกจัดเก็บไว้ด้านหลังจอครับ เครื่อง Mac แบบนี้มีให้บริการที่สำนักวิทยบริการฯ อาคาร 15 ของเรานี้เอง สามารถติดต่อขอใช้ได้ที่ชั้น 2 ครับ ประสิทธิภาพก็นับว่าสูงใช้ได้ (แล้วแต่รุ่นด้วย) เหมาะสำหรับทำงานหลากหลายครับ

imac-215-selection-hero-201510

(ที่มา: http://www.apple.com/shop/buy-mac/imac)

2. Macbook Pro เป็นเครื่อง Mac แบบพกพา ประสิทธิภาพค่อนข้างสูงเหมาะสำหรับทำงานหลากหลาย (แต่อาจจะเล่นเกมได้ไม่ดีนัก) ปัจจุบัน Macbook Pro ไม่สามารถเปลี่ยนหน่วยความจำสำรองได้เนื่องจากทาง Apple ได้ถอด Harddisk ออกและใส่ SSD แบบเปลี่ยนไม่ได้เข้ามาแทนเพื่อลดความหนาและน้ำหนักลงจากรุ่นก่อนๆ ข้อดีคืออ่านเขียนข้อมูลได้เร็ว ข้อเสียคือความจุน้อยและทำให้เครื่องมีราคาแพงขึ้นไปอีกครับ

macbook-pro-13-select-hero-201505

(ที่มา: http://www.apple.com/shop/buy-mac/macbook-pro)

3. Macbook Air เป็น Macbook ที่ลดความหนาและน้ำหนักลงมาให้พกพาได้ง่าย ครั้งหนึ่งเคยครองตำแหน่งคอมพิวเตอร์ที่บางที่สุดในโลก (ตอนที่ Steve Jobs เปิดตัว Macbook Air เขาแสดงความบางโดยหยิบมันออกมาจากซองเอกสารเลยครับ) ประสิทธิภาพนั้นก็รองลงมาจาก Macbook Pro อยู่บ้างในแง่ของความเร็วของ CPU และความจุของหน่วยความจำ รวมไปถึง Port เชื่อมต่อต่างๆ รอบเครื่อง เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องพกพาไปไหนมาไหนบ่อยๆ จะสะดวกสบายขึ้นเพราะไม่ต้องแบกน้ำหนักมากครับ

macbook-air-11-select-hero-201505

(ที่มา: http://www.apple.com/shop/buy-mac/macbook-air)

4. Macbook เป็นเครื่อง Mac แบบพกพาที่ Apple เพิ่งจะเปิดตัวมาได้ปีเดียวเอง (ค.ศ.2015) แถมตั้งชื่อรุ่นให้ชวนสับสนพอสมควร (บางครั้งก็เรียกกันว่า New Macbook) จุดเด่นคือขนาดที่เล็กและบางเหลือเชื่อ บางชนิดที่ว่า Port ต่างๆ รอบตัวเครื่องเหลือเพียงช่องเสียบหูฟัง 3.5 และ Port USB Type-C ช่องเดียวที่ใช้ทั้งชาร์ตแบตเตอรี่และโอนถ่ายข้อมูล แน่นอนว่าความบางที่ได้ก็ต้องแลกมากับประสิทธิภาพที่ลดลงอย่างมาก โดยส่วนตัวคิดว่านี่อาจจะเป็นการทดลองเปิดไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ก็ได้เพราะมันรวมเทคโนโลยีใหม่ๆ ของ Apple ไว้เยอะพอสมควรทั้งคีย์บอร์ดแบบใหม่และ Trackpad แบบ Force Touch เครื่อง Macbook นี้อาจจะเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบคอมพิวเตอร์พกพาที่บางมากๆ หรือไม่ก็ชื่นชอบแฟชั่นหน่อย เพราะมีสีให้เลือกตั้ง 3 สีครับ

macbook-select-gold-201501

(ที่มา: http://www.apple.com/shop/buy-mac/macbook)

5. Mac Mini หน้าตาที่เหมือนกับกล่องทีวีดิจิตอลนี้จริงๆ ก็คือคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีจอนั่นเองครับ หมายความว่าเวลาใช้งานก็ต้องหาจอภาพ, เมาส์และคีย์บอร์ดมาเชื่อมต่อเอาเอง จุดเด่นคือราคาที่ไม่สูงเกินไปนักและสามารถเปลี่ยน Harddisk ได้ครับ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน Mac ที่ไม่อยากแบกค่าใช้จ่ายสูงๆ มากครับ

mac-mini-select-hero-201505

(ที่มา: http://www.apple.com/shop/buy-mac/mac-mini)

6. Mac Pro ถือได้ว่าเป็นตัวท็อปของบรรดาเครื่อง Mac อย่างแท้จริง เพราะเหนือกว่าทุกเครื่องที่เล่ามาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพ, ความสวยงาม (แม้บางคนจะบอกว่าหน้าตาเหมือนถังขยะ) และที่สำคัญคือราคาครับ เป็นเครื่อง Mac ที่มีไว้สำหรับผู้ต้องการทำงานที่ต้องการพลังในการประมวลผลมหาศาลจริงๆ เพราะดูจาก Specification แล้วทั้ง CPU, RAM นี่คือคอมพิวเตอร์ระดับ Server ชัดๆ เลย

hero_macpro

(ที่มา: https://www.apple.com/support/macpro/)

คำถามต่อมาสำหรับผู้สนใจ Mac ก็มักจะเป็นเรื่องของราคาครับ เพราะสินค้าของ Apple นั้นขึ้นชื่อลือชามาแต่ไหนแต่ไรว่าราคาสูงเหลือเกิน โดยเฉพาะเครื่อง Mac นี้ก็ราคาแรงใช่เล่นครับ ณ วันที่เขียนบทความนี้ราคาต่ำสุด (Mac Mini รุ่นต่ำสุด) เริ่มต้นที่ 18,900 บาท ส่วนราคาสูงสุด (Mac Pro รุ่นแรงสุด) ราคาพุ่งไปถึง 154,900 บาท (!!!) ถ้าจะเอาแบบใกล้ตัวหน่อยอย่างที่คนทั่วไปใช้งานกันก็น่าจะเป็นกลุ่ม Macbook Pro และ Macbook Air ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 30,000-40,000 บาทแล้ว นับว่าแพงไม่น้อยเลยเมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์ทางฝั่ง PC ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันแต่บางยี่ห้ออาจจะราคาถูกกว่าเกือบครึ่งเลยทีเดียว

ด้วยเหตุผลส่วนตัวครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ Apple ให้มาเมื่อแลกกับราคาแสนแพงนั้นก็คือ

1. ความสวยงามและทนทาน วัสดุของเครื่อง Mac ประกอบมาอย่างดี เก็บรายละเอียดได้สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Macbook นั้น ตัวเครื่องและจอผลิตจากอลูมิเนียมด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Unibody พูดแบบเห็นภาพง่ายๆ ก็คือ เอาอลูมิเนียมทั้งแผ่นมาเซาะร่องให้เป็นร่องสำหรับ Port ต่างๆ, ช่องคีย์บอร์ด และรายละเอียดอื่นๆ ดังนั้นตัวเครื่องจะมีความทนทานมากกว่า PC หรือ Notebook ทั่วไปที่ใช้พลาสติกเป็นวัสดุประกอบเป็นส่วนใหญ่อย่างแน่นอนครับ (เคยมีคลิปวิดีโอ Drop Test ของสำนักข่าวต่างประเทศที่เอา Macbook Pro โยนลงพื้นหินดังโครม ปรากฏว่าตัวเครื่องมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยและระบบภายในยังทำงานได้ปกติครับ)

2. ระบบปฏิบัติการที่ใช้ง่ายและประสิทธิภาพสูง เครื่อง Mac นั้นมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Mac OS X (แน่นอนว่าเราสามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ได้หากต้องการ) อย่างที่ Apple มักจะนำเสนอไว้บ่อยๆ ว่า Mac OS X นั้นเกิดมาสำหรับเครื่อง Mac และเครื่อง Mac เองก็เกิดมาสำหรับ Mac OS X การใช้งานนั้นเรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้อย่างแท้จริง ซึ่งความสามารถและความดีงามของ Mac OS X นั้นผมจะนำมากล่าวอีกครั้งในบทความต่อๆ ไปของซีรีย์นี้

3. การบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม เมื่อซื้อเครื่อง Mac แล้วเราจะได้รับการประกันและบริการหลังการขายที่เรียกว่า Apple Care เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม (และสามารถซื้อประกันเพิ่มได้เมื่อใกล้จะหมดเวลารับประกัน) หากเครื่อง Mac ของเรามีปัญหาใดๆ ก็ตามและอยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน เราสามารถส่งเคลมได้ผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย (สำหรับเราที่ใกล้ที่สุดก็น่าจะเป็น Apple Care ที่อยู่ที่เซ็นทรัลพิษณุโลกครับ) ซึ่งสิ่งที่ทางศูนย์จะทำคือเปลี่ยนอะไหล่ให้ครับ เปลี่ยนยกชิ้นเลยโดยไม่มีการซ่อม หากเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กเช่น Magic Mouse ทางศูนย์จะเปลี่ยนตัวใหม่ให้เลยครับ แน่นอนว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ต้องใช้เวลาในการรออุปกรณ์อยู่บ้างเพราะบางชิ้นส่วนต้องส่งมาจากสิงคโปร์ครับ Apple Care มีประโยชน์มากเพราะว่าเวลาเราใช้งานไปนานๆ บางทีถ้าอุปกรณ์ตัวไหนพังแล้วค่าซ่อมแพงมากๆ เช่นจอภาพหรือ Adapter ชาร์ตไฟ เราสามารถซ่อมหรือเปลี่ยนของใหม่ได้โดยไม่เสียเงินซักบาทครับ

ในส่วนของระบบปฏิบัติการก็เช่นกัน Mac OS X มีกำหนดออกเวอร์ชั่นใหม่ทุกปี และจะมาพร้อมกับประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง Apple ก็มักจะออกแบบมาให้รองรับกับเครื่อง Mac รุ่นเก่าๆ ด้วย นั่นทำให้เครื่อง Mac เรามีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นไปอีก อย่างเช่นเวอร์ชั่นล่าสุดของ Mac OS X ณ ตอนนี้ (El Capitan) รองรับไปถึงเครื่อง Mac บางรุ่นที่ออกในปี 2007 นั่นหมายความว่าเครื่อง Mac ที่ซื้อเมื่อ 8-9 ปีที่แล้วก็ยังนับว่าทันสมัยและสามารถใช้งานคุณสมบัติใหม่ๆ ของระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากเป็น PC ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows แล้ว คอมพิวเตอร์เก่าๆ ซัก 3-4 ปีที่แล้วเอามาติดตั้ง Windows 10 แล้วยังใช้งานได้ดีนี่ก็ถือว่าเป็นไปได้ยากมากแล้วครับ

สำหรับบทความต่อๆ ไป เราจะลองมาดูการใช้งานระบบปฏิบัติการ Mac OS X กันบ้าง ว่าจะดีงามและง่ายดายจริงสมกับที่ผมคุยไว้หรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไปครับ

About The Author

นายชยันต์ นันทวงศ์

อาจารย์ประจำสาขาวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

2 Comments

Leave Comment