หลายท่านอาจเคยได้รับทราบเกี่ยวกับการจัดอันดับเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดย Webometrics มาบ้างแล้ว ในฐานะที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและศึกษาแนวทางเพื่อยกระดับเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ใน Webometrics จึงขออนุญาตนำเรื่องราวที่เกี่ยวข้องมาอธิบายให้แก่ผู้ที่สนใจดังต่อไปนี้

Webometrics Ranking of World Universities (http://www.webometrics.info) เป็นระบบที่ดำเนินการจัดอันดับเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยทั่วโลก โดยการจัดอันดับนั้นพิจารณาจากสองประเด็นหลักคือ จำนวนเนื้อหาของเว็บไซต์ทั้งในรูปแบบของเว็บเพจและไฟล์ต่างๆ ภายใต้โดเมนเดียวกัน และจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ซึ่งรวมไปถึงการอ้างอิง (Citation) สู่ภายนอก การจัดอันดับของ Webometrics ดำเนินการโดย Cybermetrics Lab ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยของ Spanish National Research Council (CSIC) เมืองมาดริด ประเทศสเปน ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 และจะเผยแพร่การจัดอันดับใหม่ทุกปีๆ ละ 2 ครั้งคือ เดือนมกราคมและเดือนกรกฏาคม ปัจจุบันมีเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยทั่วโลกกว่า 12,000 เว็บไซต์ที่ถูกจัดอันดับโดยระบบ Webometrics นี้

univer candara bold

(ที่มา: http://www.webometrics.info/en)

การเกิดขึ้นของ Webometrics มีจุดประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นการเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านวิชาการและงานวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเน้นไปที่รูปแบบการเข้าถึงแบบเสรี (Open Access) ผ่านเว็บไซต์ ซึ่งอยู่ภายใต้ความเชื่อที่ว่า การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการผ่านทางอินเตอร์เน็ตบนเว็บไซต์ (Web Publications) จะมีผลกระทบและมีประโยชน์ในแง่ของการเข้าถึงได้ดีกว่าการเผยแพร่ผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์แบบเดิม (Publications) ดังนั้นการพิจารณาการจัดอันดับของ Webometrics ควรจะมีผลต่อการกระตุ้นให้เกิดการผลิตและเผยแพร่งานวิจัย องค์ความรู้ หรือแม้แต่เนื้อหาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้แพร่หลายและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การจัดอันดับของ Webometrics นี้จึงไม่มีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดอันดับคุณภาพของมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด

วิธีการจัดอันดับของ Webometrics มีการเปลี่ยนแปลงตัวบ่งชี้อยู่เป็นประจำ สำหรับเวอร์ชั่นล่าสุดนี้มีประเด็นในการพิจารณาอันดับอยู่ 4 ประเด็นใหญ่ๆ ได้แก่

– PRESENCE (10%) พิจารณาจากจำนวนเนื้อหา เว็บเพจ ไฟล์ชนิดต่างๆ ที่อยู่ภายใต้โดเมนของเว็บไซต์มหาวิทยาลัย

– VISIBILITY หรือ IMPACT (50%) พิจารณาจากการอ้างอิง Link จากภายนอกเข้ามาที่เว็บไซต์มหาวิทยาลัย

– TRANSPARENCY หรือ OPENNESS (10%) พิจารณาจากจำนวนงานวิจัยของคณาจารย์ที่ปรากฏในโปรไฟล์บน Google Scholar ที่ยืนยันจากอีเมล์ของมหาวิทยาลัยแล้ว

– EXCELLENCE หรือ SCHOLAR (30%) อ้างอิงจากจำนวนงานวิจัยของคณาจารย์จากฐานข้อมูล Scimago Journal Ranking (SJR)

ซึ่งในปี พ.ศ.2560 นี้ ทางสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยกลุ่มงานพัฒนาระบบสารสนเทศ ได้ร่วมมือกับทางศูนย์ภาษา นักวิชาการคอมพิวเตอร์ และนักพัฒนาระบบจากคณะและหน่วยงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันพัฒนาปรับปรุงเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเวอร์ชั่นใหม่สำหรับปีการศึกษา 2560 นี้ โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเพิ่มโอกาสในการเลื่อนอันดับใน Webometrics ให้สูงขึ้นกว่าเดิม เช่น ปรับปรุงเนื้อหาและการแสดงผล การจัดวางเนื้อหาต่างๆ เพื่อให้สืบค้นได้ง่าย และพัฒนาให้รองรับการแสดงผลหลายภาษาอย่างสมบูรณ์ทั้งเนื้อหาและข่าวสารทั้งหมด โดยจะเริ่มต้นที่ภาษาอังกฤษและภาษาจีน และสามารถรองรับภาษาอื่นๆ ได้ในอนาคต เป็นต้น

นอกจากนี้ทางกลุ่มงานพัฒนาระบบสารสนเทศยังได้วางโครงการพัฒนาระบบเพิ่มเติมเพื่อเอื้อประโยชน์แก่คณาจารย์และบุคลากรในการจัดสร้างเนื้อหาเพื่อเพิ่มโอกาสในการสืบค้นของเว็บไซต์มหาวิทยาลัยให้ปรากฏแพร่หลายยิ่งขึ้น เช่น

– ระบบ NSRU KM สำหรับบุคลากรของมหาวิทยาลัยได้ใช้เป็นช่องทางในการเผยแพร่เนื้อหาในรูปแบบขององค์ความรู้ หรือบทความที่มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งนักศึกษา, บุคลากรในมหาวิทยาลัย และบุคคลทั่วไป ปัจจุบันระบบ NSRU KM เปิดให้บริการแล้ว สามารถใช้รหัสอินเตอร์เน็ตของคณาจารย์และบุคลากรเพื่อเข้าใช้ได้ที่ http://km.nsru.ac.th

– ระบบ NSRU Paper Submission เพื่อใช้ในการจัดการ งานวิจัยในงานสัมมนา (Conference) ที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย รวมไปถึงวารสารต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยดำเนินการอยู่ เช่น วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ ของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น ขณะนี้ระบบอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามแผนพัฒนาระบบสารสนเทศและจะสามารถเปิดใช้ได้ไม่เกินปีการศึกษา 2561

– ระบบ NSRU Personal Site ต่อยอดจากระบบ NSRU MIS ในส่วนของข้อมูลคณาจารย์ บุคลากร และงานวิจัย เพื่อให้คณาจารย์และบุคลากรได้มี Personal Website สำหรับเผยแพร่ข้อมูลของตนเอง เช่น ผลงานทางวิชาการ งานวิจัย และอื่นๆ ที่สามารถสืบค้นและใช้ในการเผยแพร่ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ระบบนี้จะดำเนินการพัฒนาและเปิดให้ใช้ได้จริงภายในปีการศึกษา 2561

แม้ว่าการจัดอันดับของ Webometrics อาจไม่ได้เป็นตัวชี้วัดถึงคุณภาพของมหาวิทยาลัย แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่กระตุ้นให้มหาวิทยาลัยได้เห็นความสำคัญของการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการผ่านทางเว็บไซต์เพื่อให้สาธารณชนได้สามารถสืบค้นและนำไปใช้ได้อย่างสะดวกและเปิดกว้าง (Open Access) ดังนั้นการพัฒนาอันดับของเว็บไซต์มหาวิทยาลัยในระบบของ Webometrics นั้นจึงควรเน้นไปที่ปริมาณและคุณภาพของเนื้อหาที่เผยแพร่โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ, ความสะดวกรวดเร็วในการสืบค้นและเข้าถึงเนื้อหา และการที่ผู้ใช้งานเว็บไซต์จะสามารถใช้ประโยชน์จากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วการมีอันดับที่ดีใน Webometrics นั้นจะส่งผลดีกลับมายังชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยในฐานะของสถาบันการศึกษาระดับสูงเพื่อพัฒนาและให้บริการทางวิชาการแก่สังคมนั่นเอง

สำหรับท่านที่สนใจสามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่:

แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดอันดับสำหรับเว็บไซต์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ในระบบ Webometrics (PDF)

About The Author

นายชยันต์ นันทวงศ์

อาจารย์ประจำสาขาวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

Leave Comment